• 0

    สินค้าที่ชอบ

    ไม่มีสินค้าที่ชอบ

  • 0

    ตะกร้า

    ไม่มีสินค้าในตะกร้า

Close

สมัครสมาชิก

Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.

*สมัครสมาชิกสําหรับผู้ประกอบการ จะต้องมีหนังสือรับรองบริษัทที่ไม่หมดอายุ

ลืมรหัสผ่าน

Please.

มาตรฐานแสงสว่างกฎหมายปี 2026 สำหรับโรงงานและอาคารสำนักงาน

Key takeaway
แสงสว่างเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงาน ความปลอดภัย และสุขภาพของผู้ใช้งาน ในอาคารและโรงงานโดยตรง การมีแสงสว่างที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงเรื่องของความสบายตา แต่ยังเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายที่องค์กรต้องปฏิบัติตาม โดยอ้างอิงจากประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องมาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง พ.ศ. 2561 มาตรฐานแสงสว่างจึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในยุคที่การตรวจสอบด้านความปลอดภัยมีความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบด้านสุขภาพของพนักงานและหลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง

แสงสว่างส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน จึงมีการกำหนดมาตรฐานแสงสว่างขึ้นเพื่อเป็นข้อบังคับ ผู้ประกอบการจึงต้องควบคุมค่ามาตรฐานแสงสว่างให้เหมาะสมอยู่เสมอ ทั้งมาตรฐานแสงสว่างในโรงงานและในอาคาร การทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานแสงสว่างในแต่ละพื้นที่ พร้อมวิธีตรวจวัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย ฉบับอัปเดตปี 2026 จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและป้องกันความเสี่ยงจากบทลงโทษได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การควบคุมมาตรฐานแสงสว่างในโรงงานให้ปลอดภัยและสอดคล้องกับมาตรฐานแสงสว่างกฎหมาย

มาตรฐานแสงสว่างคืออะไร ทำไมเจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญ ?

แสงสว่างไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งที่ทำให้เรามองเห็นสิ่งรอบตัวได้เท่านั้น แต่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของอาชีวอนามัย โดยเฉพาะในพื้นที่ทำงาน ซึ่งหากระบุให้ชัดเจน มาตรฐานแสงสว่าง จะหมายถึง เกณฑ์ความเข้มของแสงสว่างในพื้นที่ปฏิบัติงานที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยค่าความเข้มของแสงสว่างจะมีหน่วยวัดเป็น "ลักซ์" (Lux) การที่สถานประกอบการต้องให้ความสำคัญกับค่ามาตรฐานแสงสว่าง มีเหตุผลหลักอยู่ 3 ประการ คือ

  1. แสงที่เพียงพอช่วยลดความผิดพลาด โดยเฉพาะงานที่ต้องการความละเอียดสูง
  2. ลดอาการตาล้า ปวดศีรษะ และปัญหาสายตาในระยะยาวของพนักงาน
  3. ป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการมองเห็นไม่ชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่อันตรายหรือจุดที่มีเครื่องจักรทำงาน

ผลกระทบเมื่อค่าความสว่างไม่ได้มาตรฐาน

หากสถานประกอบการละเลยการจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานแสงสว่างในอาคารหรือในโรงงาน จะส่งผลกระทบในวงกว้าง ดังนี้

กรณีแสงสว่างน้อยเกินไป

พนักงานจะต้องเพ่งสายตามากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการตาล้า ระคายเคืองตา และอาจนำไปสู่ภาวะสายตาสั้นหรือยาวก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ในโรงงานอุตสาหกรรม แสงที่น้อยเกินไปอาจทำให้พนักงานมองเห็นจุดอันตรายไม่ชัดเจน จนนำไปสู่อุบัติเหตุที่รุนแรงได้

กรณีแสงสว่างมากเกินไป

มักเกิดจากแสงจ้า หรือแสงสะท้อนจากผิวสัมผัสต่าง ๆ ซึ่งรบกวนสายตา ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าทางสมอง และลดทอนสมาธิในการทำงาน

ความสำคัญทางกฎหมาย

การปฏิบัติตามมาตรฐานแสงสว่างตามกฎหมายเป็นหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งหากตรวจสอบพบว่าไม่ได้มาตรฐาน นายจ้างอาจต้องเผชิญกับบทลงโทษที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและงบประมาณขององค์กร

ค่ามาตรฐานแสงสว่างในอาคารสำนักงานและพื้นที่ทั่วไป

สำหรับอาคารสำนักงาน ความสว่างต้องครอบคลุมทั้งพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ทำงานเฉพาะด้าน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้สมาธิ โดยประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้กำหนดค่ามาตรฐานแสงสว่างตามกฎหมายไว้ดังนี้

พื้นที่การใช้งาน ค่าความสว่างขั้นต่ำ (Lux)
ทางเดิน, บันได, ห้องน้ำ 50 - 100
ห้องประชุม, ห้องรับประทานอาหาร 200 - 300
โต๊ะทำงานทั่วไป, งานพิมพ์เอกสาร 400 - 500
งานออกแบบ, เขียนแบบ, ตรวจทานเอกสาร 700 - 1,000

ค่ามาตรฐานแสงสว่างในโรงงานอุตสาหกรรม

พื้นที่โรงงานมีความหลากหลาย ตั้งแต่คลังสินค้าไปจนถึงสายการผลิตที่ต้องใช้ความแม่นยำระดับไมโคร ดังนั้นมาตรฐานแสงสว่างในโรงงานจึงมีความละเอียดและแบ่งตามประเภทกิจกรรมอย่างชัดเจน

พื้นที่การใช้งาน ค่าความสว่างขั้นต่ำ (Lux)
ลานจอดรถ, ทางเดินภายนอก 20 - 50
คลังสินค้า, จุดบรรจุหีบห่อ 100 - 200
สายการผลิตทั่วไป, งานประกอบชิ้นส่วน 300 - 400
งานประกอบอิเล็กทรอนิกส์, งานกลึง 500 - 1,000
งานตรวจสอบคุณภาพขนาดเล็กมาก 1,000 - 2,000

หมายเหตุ: ตัวเลขค่าความสว่างควรมีการตรวจวัดอย่างสม่ำเสมอด้วยเครื่องวัดแสงในระดับสายตาหรือระดับพื้นที่ปฏิบัติงานจริง เพื่อให้มั่นใจว่าได้ค่ามาตรฐานแสงสว่างตรงตามที่กฎหมายกำหนด
จัดสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสมตามมาตรฐานแสงสว่างในอาคารเพื่อสุขภาพที่ดีของพนักงาน

วิธีการวัดแสงที่ถูกต้องตามหลักมาตรฐานแสงสว่าง

การจะได้มาซึ่งตัวเลขความเข้มของแสงที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่การวัดจากมุมต่าง ๆ แต่ต้องมีหลักการที่ได้รับรองตามมาตรฐาน ดังนี้

  • - พื้นที่บริเวณทั่วไป เช่น ทางเดิน ลานจอดรถ วัดความสว่างในแนวระนาบ สูงจากพื้น 75 เซนติเมตร
  • - พื้นที่ปฏิบัติงาน เช่น โต๊ะทำงาน เครื่องจักร วัดในระดับสายตาหรือในระดับความสูงที่ต้องเพ่งมองขณะทำงานจริง
  • - วัดในสภาวะการทำงานปกติ เปิดไฟตามจริงรวมถึงแสงธรรมชาติ และควรตรวจวัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าได้ค่ามาตรฐานแสงสว่างตรงตามเกณฑ์ตลอดเวลา

บทลงโทษหากฝ่าฝืนมาตรฐานแสงสว่างตามกฎหมาย

กฎหมายความปลอดภัยในการทำงานมีความเข้มงวดมากขึ้นในปัจจุบัน การละเลยเรื่องมาตรฐานแสงสว่างไม่ใช่เพียงเรื่องการปรับปรุงพื้นที่ แต่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ซึ่งกำหนดบทลงโทษไว้ดังนี้

โทษทางอาญา

นายจ้างที่ไม่จัดสภาพแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐาน อาจระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความรับผิดทางแพ่ง

หากเกิดอุบัติเหตุหรือพนักงานได้รับบาดเจ็บ เจ็บป่วย อันเนื่องมาจากสภาพแสงที่ไม่ได้มาตรฐาน นายจ้างต้องรับผิดชอบค่าทดแทน ค่ารักษาพยาบาล และอาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม

การหยุดประกอบกิจการ

ในกรณีร้ายแรง เจ้าหน้าที่อาจสั่งระงับการทำงานในส่วนที่มีความเสี่ยงจนกว่าจะมีการแก้ไขให้ได้ค่ามาตรฐานแสงสว่างตามที่กำหนด

รอบการตรวจวัดและการส่งรายงานที่สถานประกอบการต้องรู้

เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สถานประกอบการต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

  • ความถี่ : ตรวจวัดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการปรับผังการทำงานใหม่
  • ผู้ตรวจวัด : ดำเนินการโดย จป. วิชาชีพ หรือนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนรับรองตามกฎหมาย
  • การเก็บเอกสาร : จัดทำรายงานและเก็บหลักฐานไว้อย่างน้อย 5 ปี เพื่อเตรียมรับการตรวจสอบ

แนวทางการปรับปรุงพื้นที่ให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานแสงสว่างตามกฎหมาย

หากการตรวจวัดพบว่าค่าแสงสว่างยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด นี่คือแนวทางแก้ไขที่มีประสิทธิภาพ

  • - ใช้แสงจากธรรมชาติ เพิ่มหน้าต่างหรือหลังคาโปร่งแสงในบางจุด เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าช่วงกลางวัน
  • - หมั่นทำความสะอาดฝุ่นที่เกาะบนหลอดไฟ ซึ่งสามารถลดทอนความสว่างลงได้ถึง 10-20%
  • - เลือกใช้เทคโนโลยีหลอดไฟที่ให้ความสว่างสูงแต่ใช้พลังงานต่ำ เพื่อให้ได้ความสว่างตามมาตรฐานโดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนโคมไฟ

ลงทุนกับแสงสว่างเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ

การปฏิบัติตามมาตรฐานแสงสว่างไม่ใช่เพียงการทำตามกฎหมายเพื่อเลี่ยงโทษปรับเท่านั้น แต่คือการลงทุนด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่คุ้มค่า เพราะสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีจะนำมาซึ่งความสุขและประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร

หากต้องการปรับปรุงพื้นที่ให้ได้ค่ามาตรฐานแสงสว่างอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน และลดต้นทุนระยะยาวโคมไฟ Led คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด ด้วยแสงที่สม่ำเสมอ ถนอมสายตา และอายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดไฟทั่วไป สามารถเลือกซื้อสินค้าสำหรับโรงงานและอาคารสำนักงานได้อย่างสะดวก หรือเข้ามาสัมผัสแสงจริงพร้อมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่สำนักงานของเรา

ที่ตั้ง: ถนนรามอินทรา กิโลเมตรที่ 10 (เดินทางสะดวก มีพื้นที่รองรับสำหรับจอดรถ)

วันและเวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ - วันเสาร์ เวลา 08.30 - 17.30 น.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรฐานแสงสว่าง (FAQs)

Q: หากใช้แสงธรรมชาติจนทำให้พื้นที่สว่างเพียงพอแล้ว ยังจำเป็นต้องเปิดไฟเพื่อวัดค่ามาตรฐานแสงสว่างตามกฎหมายหรือไม่ ?

A: ตามกฎหมายจะพิจารณาความเข้มแสงในขณะที่พนักงานปฏิบัติงานจริง หากแสงธรรมชาติเพียงพอต่อค่ามาตรฐานในเวลานั้นก็ถือว่าผ่านเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม นายจ้างต้องมั่นใจว่าในช่วงเวลาที่ไม่มีแสงธรรมชาติ ระบบแสงสว่างไฟฟ้าต้องสามารถทำความสว่างได้ตามมาตรฐานที่กำหนดเช่นกัน

Q: มาตรฐานแสงสว่างในอาคาร สำหรับพนักงานที่ทำงานกะดึกแตกต่างจากกะกลางวันหรือไม่ ?

A: ค่ามาตรฐานความเข้มแสงที่ต้องรักษาไว้คือค่าเดียวกัน ไม่ว่าจะทำงานในเวลาใดก็ตาม นายจ้างมีหน้าที่จัดให้มีค่าความสว่างในพื้นที่ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดตลอดระยะเวลาที่มีการทำงาน

Q: ถ้าหลอดไฟยังไม่เสีย แต่แสงเริ่มดรอปลงจนต่ำกว่าค่ามาตรฐานแสงสว่างต้องทำอย่างไร ?

A: หากหลอดไฟเริ่มเสื่อมสภาพหรือมีสิ่งสกปรกอุดตัน ควรเริ่มจากการทำความสะอาดโคมไฟ หากค่าความสว่างยังไม่ดีขึ้น ควรเปลี่ยนมาใช้โคมไฟ Led ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม เพื่อให้ได้ค่ามาตรฐานแสงสว่างที่คงที่และประหยัดไฟมากขึ้น

Q: ออฟฟิศขนาดเล็กที่มีพนักงานเพียงไม่กี่คนต้องทำรายงานมาตรฐานแสงสว่างตามกฎหมายด้วยหรือไม่ ?

A: กฎหมายครอบคลุมสถานประกอบการทุกขนาดที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศขนาดเล็กหรือโรงงานขนาดใหญ่ นายจ้างมีหน้าที่ต้องดูแลสภาพแสงสว่างให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและพร้อมรับการตรวจสอบเสมอ


ข้อมูลอ้างอิง

  1. ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง. สืบค้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569. จาก https://www.bsa.or.th/LAW1/AN-LIGHT-2561.html