• 0

    สินค้าที่ชอบ

    ไม่มีสินค้าที่ชอบ

  • 0

    ตะกร้า

    ไม่มีสินค้าในตะกร้า

Close

สมัครสมาชิก

Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.

*สมัครสมาชิกสําหรับผู้ประกอบการ จะต้องมีหนังสือรับรองบริษัทที่ไม่หมดอายุ

ลืมรหัสผ่าน

Please.

คู่มือคนทำบ้าน เพื่อวางระบบไฟฟ้าในบ้านตามมาตรฐานใหม่ปี 2026

Key takeaway
การวางแผนระบบไฟฟ้าในบ้านปี 2026 ต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีใหม่ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะและแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีรูปแบบการเดินสายไฟหลักคือการฝังผนังและการเดินลอยร้อยท่อ สิ่งสำคัญคือการยึดมาตรฐานความปลอดภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) รวมถึงการเลือกขนาดสายไฟให้สัมพันธ์กับโหลดไฟ การติดตั้งระบบสายดิน การใช้สีสายไฟที่ถูกต้อง (น้ำตาล ฟ้า เขียวแถบเหลือง) ที่สำคัญยังจะต้องให้ความสำคัญกับการติดตั้งเบรกเกอร์กันดูดในจุดเสี่ยง ซึ่งการประเมินราคาในการติดตั้งจะคิดตามจุดหรือเหมาจ่าย แต่ทั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของงาน อีกทั้งการวางระบบทั้งหมดต้องทำงานประสานกับศูนย์กลางควบคุมที่ดีอย่างตู้ไฟหลัก เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินจากอันตรายของไฟฟ้าลัดวงจร

การสร้างบ้านในปี 2026 ไม่ใช่แค่เรื่องของการออกแบบความสวยงาม แต่ยังต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งอุปกรณ์สมาร์ทโฮม (Smart Home) และแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ดังนั้นการวางแผนติดตั้งระบบไฟฟ้าในบ้านอย่างรัดกุมตั้งแต่เริ่มต้น ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยป้องกันปัญหาไฟตก ไฟกระชาก และลดความเสี่ยงในการต้องรื้อผนังเพื่อแก้ไขในอนาคต บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คุณเข้าใจระบบไฟฟ้าในบ้านแบบพื้นฐาน และช่วยให้สามารถพูดคุยกับช่างผู้รับเหมาได้อย่างมั่นใจ และวางแผนงบประมาณได้แบบไม่บานปลาย
เลือกวิธีเดินสายไฟสำหรับระบบไฟฟ้าในบ้าน ฉบับอัปเดตมาตรฐานปี 2026

เลือกวิธีเดินสายไฟในบ้านแบบไหนให้ตอบโจทย์สไตล์บ้านและการใช้งาน ?

การเลือกวิธีเดินสายไฟในบ้าน ถือเป็นขั้นตอนแรกที่เจ้าของบ้านต้องตัดสินใจร่วมกับสถาปนิกและวิศวกรไฟฟ้า เนื่องจากรูปแบบการเดินสายไฟจะส่งผลโดยตรงต่อความสวยงามของบ้าน ความยากง่ายในการบำรุงรักษา และงบประมาณในการก่อสร้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว รูปแบบการติดตั้งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

การเดินสายไฟแบบฝังผนัง (Concealed Wiring)

การเดินสายไฟแบบฝังผนัง เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับบ้านสร้างใหม่ โดยช่างจะทำการกรีดผนังอิฐเพื่อฝังท่อร้อยสายไฟอย่างท่อ PVC สีเหลือง ตามมาตรฐาน มอก. 216-2524 ลงไปในร่องผนัง จากนั้นจะฉาบปูนทับให้เรียบเนียนไปกับผืนผนัง

  • ข้อดี : ให้ความสวยงาม เรียบร้อย สะอาดตา เหมาะกับสไตล์บ้านโมเดิร์น มินิมอล หรือบ้านที่ต้องการโชว์พื้นผิวผนังแบบไม่มีสิ่งรบกวนสายตา นอกจากนี้ท่อร้อยสายไฟยังช่วยปกป้องสายไฟจากความชื้น แมลง และการกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม
  • ข้อจำกัด : มีขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนและต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญสูง หากเกิดปัญหาไฟช็อต ไฟรั่ว หรือต้องการเพิ่มจุดปลั๊กไฟในอนาคต จะทำได้ยากเพราะต้องสกัดผนังและฉาบสีใหม่ ซึ่งอาจทำให้เกิดฝุ่นและมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

การเดินสายไฟแบบเดินลอยร้อยท่อ (Surface Wiring)

การเดินลอยร้อยท่อคือการยึดท่อร้อยสายไฟเข้ากับพื้นผิวของผนังหรือเพดานโดยตรง ไม่ต้องกรีดผนัง วัสดุที่ใช้มีทั้งท่อพลาสติก uPVC หรือท่อเหล็กเคลือบสังกะสี (EMT/IMC) ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและสไตล์การตกแต่ง

  • ข้อดี : ตอบโจทย์บ้านสไตล์ลอฟท์ (Loft) หรืออินดัสเทรียล (Industrial) ที่ต้องการโชว์โครงสร้างและแนวท่อเพื่อความดิบเท่ ข้อดีที่สำคัญคือการซ่อมบำรุงที่ง่ายดาย หากสายไฟมีปัญหาหรือต้องการขยายวงจรเพิ่มเติม ก็สามารถร้อยสายใหม่หรือต่อท่อเพิ่มได้ทันทีโดยไม่ต้องทุบทำลายผนัง
  • ข้อจำกัด : อาจทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นเกาะตามแนวท่อ และหากช่างติดตั้งไม่ประณีต การเดินท่อที่ไม่ขนานหรือไม่ได้ระดับแนวดิ่งอาจทำให้ภาพรวมของห้องดูไม่เรียบร้อยได้

มาตรฐานการเดินสายไฟฟ้าภายในบ้าน ที่ต้องรู้ก่อนคุยกับช่าง

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจร การที่เจ้าของบ้านมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับมาตรฐานการเดินสายไฟฟ้าภายในบ้าน นอกจากจะทำให้คุยกับช่างรู้เรื่องแล้ว ยังช่วยให้สามารถตรวจสอบคุณภาพงานของช่างผู้รับเหมา และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ช่างเลือกใช้ ว่ามีความปลอดภัยและได้มาตรฐานต่อการใช้งาน
เรื่องควรรู้เกี่ยวกับมาตรฐานการเดินสายไฟสำหรับระบบไฟฟ้าในบ้าน

การเลือกขนาดสายไฟและสวิตช์ไฟให้เหมาะกับโหลด

ขนาดของสายไฟ (Cross-sectional Area) มีหน่วยเป็นตารางมิลลิเมตร (ตร.มม.) การเลือกสายไฟต้องสัมพันธ์กับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้าดึงไปใช้งาน

  • - วงจรแสงสว่าง (หลอดไฟ) : ควรใช้สายไฟขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 ตร.มม.
  • - วงจรเต้ารับ (ปลั๊กไฟ) : ควรใช้สายไฟขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 ตร.มม.
  • - วงจรเครื่องทำน้ำอุ่นหรือเครื่องปรับอากาศ : ควรใช้สายไฟขนาด 4.0 - 6.0 ตร.มม. ขึ้นไป
  • - วงจร EV Charger : ต้องใช้สายไฟขนาดใหญ่ 6.0 - 10.0 ตร.มม. และเดินสายตรงจากตู้เมนเท่านั้น หากเลือกสายไฟเล็กเกินไปจะทำให้สายไฟเกิดความร้อนสะสม ฉนวนละลาย และกลายเป็นสาเหตุของไฟไหม้ได้

ระบบสายดิน (Grounding System) คือสิ่งที่ห้ามละเลย

ระบบสายดิน คือหัวใจของความปลอดภัย ทั้งยังทำหน้าที่นำกระแสไฟฟ้าที่รั่วไหลจากโครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าลงสู่ดิน ป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานถูกไฟดูด มาตรฐานกำหนดให้หลักดิน ต้องทำจากแท่งทองแดงหรือเหล็กหุ้มทองแดงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 16 มิลลิเมตร และมีความยาวไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร ตอกลึกลงไปในดิน และต้องเชื่อมต่อสายดินเข้ากับจุดต่อลงดินที่ตู้ไฟหลักอย่างถูกต้อง

สีสายไฟที่ถูกต้องตามมาตรฐาน วสท. (ฉบับอัปเดต)

เพื่อให้ช่างไฟสามารถซ่อมบำรุงได้อย่างปลอดภัยและไม่เกิดความสับสน มาตรฐาน วสท. ฉบับล่าสุดได้กำหนดรหัสสีของสายไฟฟ้าหุ้มฉนวนแรงต่ำ (ระบบ 1 เฟส 2 สาย 230V) ไว้ ดังนี้

ประเภทสายไฟ ตัวย่อ (สัญลักษณ์) สีฉนวนมาตรฐาน
สายเส้นไฟ หรือ สายเฟส (Line) L สีน้ำตาล
สายนิวทรัล (Neutral) N สีฟ้า
สายดิน (Ground) G สีเขียวแถบเหลือง

การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่วไฟดูด (RCBO)

อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว (RCBO) เป็นเบรกเกอร์ชนิดพิเศษที่ทำหน้าที่ตัดวงจรไฟฟ้าทันทีเมื่อตรวจพบกระแสไฟฟ้ารั่ว หรือการใช้ไฟเกินกำลัง มาตรฐานบังคับให้วงจรย่อยที่มีความเสี่ยงต่อความชื้นต้องผ่านเครื่องตัดไฟรั่ว ได้แก่ วงจรเต้ารับในห้องน้ำ วงจรเต้ารับภายนอกอาคาร วงจรเต้ารับบริเวณซักล้าง วงจรเครื่องทำน้ำอุ่น และแผงวงจรสำหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

การวางแผนงบประมาณ สำหรับเดินระบบไฟบ้าน ราคาเท่าไหร่ ?

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนก่อสร้างหรือรีโนเวทบ้าน คำถามสำคัญคือ การเดินระบบไฟบ้าน จะอยู่ในช่วงราคาประมาณเท่าไร ? ซึ่งราคาจะแปรผันตามประเภทของวัสดุและเทคนิคการติดตั้ง โดยการประเมินราคาสามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่

  • - การคิดราคาแบบเหมาจุด (Per Point) : เป็นวิธีที่นิยมที่สุด ราคาเฉลี่ยในตลาดรับเหมาปี 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 700 - 1,200 บาทต่อจุด โดยรวมค่าแรงและค่าอุปกรณ์เดินท่อ สายไฟ บล็อกฝัง อย่างไรก็ตาม ราคานี้มักจะไม่รวมหน้ากากและเต้ารับแบรนด์พรีเมียม ส่วนตัวเลขจะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับการเดินสายไฟ ถ้าเป็นแบบฝังผนังจะมีราคาแพงกว่างานเดินท่อลอย
  • - การคิดราคาแบบเหมารวม (Lump Sum) : เหมาะสำหรับโปรเจกต์สร้างบ้านใหม่ทั้งหลัง ผู้รับเหมาจะประเมินจากการถอดแบบแปลนไฟฟ้า วิธีนี้จะช่วยให้ควบคุมงบประมาณรวมได้แม่นยำกว่า เพราะครอบคลุมไปถึงการตั้งเสาไฟฟ้า การติดตั้งตู้ไฟหลัก การตอกหลักดิน และการเดินสายเมนเข้าอาคาร

ลงทุนกับแสงสว่างเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ

การจัดระเบียบสายไฟ การติดตั้งอุปกรณ์กันดูด (RCBO) รวมถึงการแยกวงจรย่อยเพื่อรองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งหมดนี้จะไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์และปลอดภัยได้เลย หากขาดศูนย์กลางควบคุมระบบไฟฟ้าที่ดีไป

ไม่ว่าจะเลือกเดินสายไฟด้วยรูปแบบใด หัวใจสำคัญที่สุดในการปกป้องบ้านคือการลงทุนกับตู้คอนซูเมอร์คุณภาพสูง แนะนำให้เลือกตู้ไฟที่ได้มาตรฐานสากล วัสดุทนทานป้องกันการลามไฟ และมีช่องเพียงพอสำหรับการขยายวงจรในอนาคต เพื่อให้ระบบตัดไฟทำงานได้แม่นยำ ป้องกันปัญหาไฟตก ไฟรั่ว และไฟลัดวงจรได้อย่างมั่นใจ สามารถเลือกซื้อตู้คอนซูเมอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่ช่างมืออาชีพไว้วางใจได้แล้ววันนี้ที่ Thai Electricity

ที่ตั้ง: ถนนรามอินทรา กิโลเมตรที่ 10 (เดินทางสะดวก มีพื้นที่รองรับสำหรับจอดรถ)

วันและเวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ - วันเสาร์ เวลา 08.30 - 17.30 น.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวางระบบไฟฟ้าในบ้าน (FAQs)

Q: บ้านเก่าอายุ 20 ปี ควรเดินสายไฟใหม่ทั้งหมดหรือไม่ ?

A: ควรพิจารณาเดินสายไฟใหม่ทั้งหมดหากระบบไฟฟ้าในบ้านเดิมเป็นแบบเต้ารับ 2 รูที่ไม่มีสายดิน หรือฉนวนหุ้มสายไฟเริ่มแข็ง กรอบ และแตกร้าว เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร และเป็นการอัปเกรดระบบให้รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้ายุคใหม่ที่ดึงกระแสไฟสูงกว่าเดิม

Q: ติดตั้ง EV Charger ต้องขอไฟเพิ่มและแยกวงจรอย่างไร ?

A: ควรประเมินการใช้ไฟฟ้าและแจ้งการไฟฟ้าเพื่อขอเปลี่ยนมิเตอร์เป็นขนาด 30(100)A หรือระบบ 3 เฟส 15(45)A พร้อมทั้งเดินสายไฟเมนแยกตรงจากตู้ไฟหลักไปยัง EV Charger โดยห้ามพ่วงวงจรกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น และต้องติดตั้งเบรกเกอร์กันดูดที่ออกแบบมาสำหรับรถ EV โดยเฉพาะ

Q: ท่อร้อยสายไฟสีเหลืองและสีขาว แตกต่างกันอย่างไร ?

A: ท่อ PVC สีเหลือง มีความยืดหยุ่นสูงและทนทานต่อแรงบีบอัด จึงเหมาะสำหรับการฝังในผนังอิฐหรือหล่อในคอนกรีต ส่วนท่อ uPVC สีขาว จะทนทานต่อรังสี UV ได้ดีกว่า สามารถดัดโค้งได้สวยงาม นิยมใช้สำหรับงานเดินสายไฟลอยบนผนังเพราะเข้ากับการตกแต่งบ้านได้ง่าย

Q: สายนิวทรัล (N) กับสายดิน (G) ทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร ?

A: สายนิวทรัล คือเส้นทางที่ให้กระแสไฟฟ้าไหลกลับไปครบวงจรที่แหล่งจ่ายไฟเพื่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้ ส่วนสายดินคือเส้นทางความปลอดภัยสำรองที่ปกติจะไม่มีกระแสไฟไหลผ่าน แต่จะทำหน้าที่ดึงกระแสไฟที่รั่วไหลลงสู่พื้นดิน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานถูกไฟดูด


ข้อมูลอ้างอิง

  1. หลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สายไฟฟ้าตาม มอก. 11-2553 (สมอ.). สืบค้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569. จาก https://www.tisi.go.th/data/PR/pdf/R011_2553_00.pdf
  2. มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า สำหรับบริภัณฑ์จ่ายไฟยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับประเภทบ้านอยู่อาศัย อาคารชุด อาคารสำนักงาน. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569. จาก https://www.pea.co.th/sites/default/files/images/volta/MPESTD-001-2563.pdf