• 0

    สินค้าที่ชอบ

    ไม่มีสินค้าที่ชอบ

  • 0

    ตะกร้า

    ไม่มีสินค้าในตะกร้า

Close

สมัครสมาชิก

Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.

*สมัครสมาชิกสําหรับผู้ประกอบการ จะต้องมีหนังสือรับรองบริษัทที่ไม่หมดอายุ

ลืมรหัสผ่าน

Please.

สายไฟที่ใช้ในบ้านมีแบบไหนบ้าง ควรเลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ?

Key Takeaway
การเลือกมาตรฐานสายไฟบ้านที่ถูกต้องทั้งชนิดของสายไฟและขนาดที่เหมาะสมกับประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นรากฐานสำคัญในการป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรและการเกิดอัคคีภัย ผู้อยู่อาศัยควรมีความเข้าใจเรื่องรหัสสีมาตรฐานใหม่และลักษณะการเดินสายไฟเดินในบ้าน เพื่อการบำรุงรักษาและการสื่อสารกับช่างไฟได้อย่างแม่นยำ

ระบบไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญของพื้นที่อยู่อาศัย การเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานคือปราการด่านแรกในการป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรและอัคคีภัย โดยเฉพาะการเลือกใช้สายไฟที่เหมาะสมกับการใช้งาน การรู้รายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานสายไฟบ้าน จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกวัสดุได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ลองไปหาคำตอบกันว่า สายไฟที่ใช้ในบ้านมีแบบไหนบ้าง และเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดควรใช้สายไฟบ้านใช้เบอร์อะไรเพื่อให้ระบบไฟฟ้าภายในบ้านทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
สายไฟบ้านใช้เบอร์อะไรให้ปลอดภัยและเหมาะสมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภท

มาตรฐานสายไฟบ้านในประเทศไทยคืออะไร ?

ประเทศไทยได้มีการปรับเปลี่ยนมาตรฐานสีของสายไฟตามมาตรฐาน มอก. 11-2553 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล (IEC) ซึ่งผู้เจ้าของบ้านควรทราบเพื่อป้องกันความสับสนเวลาตรวจเช็กระบบไฟฟ้าหรือซ่อมแซมสายไฟบ้านด้วยตนเองในเบื้องต้น โดยมีการกำหนดสีใหม่ดังนี้

  1. สายเส้นไฟ (L - Line) : กำหนดให้ใช้สายไฟสีน้ำตาลแทนสีดำ ซึ่งในมาตรฐานเก่าเป็นสายที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน
  2. สายนิวทรัล (N - Neutral) : กำหนดให้ใช้สายไฟสีฟ้าแทนสีเทาอ่อน ในมาตรฐานเก่าเป็นสายที่ไม่มีไฟ แต่ช่วยให้ครบวงจร
  3. สายดิน (G - Ground) : กำหนดให้ใช้สายไฟสีเขียวแถบเหลือง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการป้องกันไฟดูด โดยจะนำกระแสไฟที่รั่วไหลลงสู่พื้นดิน

ชนิดสายไฟบ้านที่ได้รับความนิยมมีกี่ประเภท ?

การเลือกชนิดสายไฟที่ใช้ในบ้านให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสายไฟแต่ละประเภทมีคุณสมบัติในการทนความร้อน ความชื้น และแรงดันไฟฟ้าที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปที่ใช้ในบ้านพักอาศัยจะมี 4 ประเภทหลัก ดังนี้

1. สาย VAF

เป็นสายไฟยอดนิยมที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด มีลักษณะแบน สีขาว ประกอบด้วยสายทองแดง 2 หรือ 3 เส้น หุ้มด้วยฉนวน PVC สองชั้น ออกแบบมาสำหรับการเดินสายไฟแบบตีกิ๊บติดผนัง ห้ามนำไปร้อยท่อหรือฝังดินเด็ดขาด

2. สาย THW

สายไฟแกนเดี่ยว หุ้มฉนวน PVC ชั้นเดียว มีความแข็งตัวสูง นิยมใช้สำหรับการเดินสายไฟเดินในบ้านแบบร้อยท่อ ไม่ว่าจะเป็นท่อบนฝ้าหรือฝังผนัง เนื่องจากตัวสายมีความทนทานและปลอดภัยเมื่ออยู่ในท่อร้อยสายไฟ

3. สาย NYY

สายไฟชนิดกลม สีดำ มีฉนวนหุ้มหนาถึง 3 ชั้น ทำให้มีความแข็งแรงทนทานสูงมาก สามารถใช้เดินสายใต้ดินได้โดยตรง หรือร้อยท่อฝังดิน ป้องกันความชื้นและแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม

4. สาย VCT

เป็นสายไฟชนิดกลมที่มีความยืดหยุ่นสูง ภายในประกอบด้วยสายทองแดงฝอยเส้นเล็ก ๆ นิยมใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อย หรือใช้เดินสายไฟฟ้าในจุดที่ต้องการความคล่องตัว

การติดตั้งสายไฟเดินในบ้านแต่ละรูปแบบ มีข้อดีและข้อเสียต่างกันอย่างไร ?

เมื่อเลือกชนิดของสายไฟได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการตัดสินใจเลือกรูปแบบการติดตั้งสายไฟเดินในบ้าน ซึ่งส่งผลต่อทั้งความสวยงามและงบประมาณ

1. แบบตีกิ๊บเดินลอยติดผนัง

  • - ข้อดี : ประหยัด ติดตั้งง่าย ซ่อมง่าย
  • - ข้อเสีย : ไม่สวยงาม
  • - เหมาะกับ : บ้านทั่วไป ใช้สาย VAF

2. แบบร้อยท่อฝังในผนัง

  • - ข้อดี : เรียบร้อย สวยงาม ปลอดภัย
  • - ข้อเสีย : ค่าใช้จ่ายสูง ซ่อมยาก
  • - เหมาะกับ : บ้านใหม่ ใช้สาย THW

3. แบบร้อยท่อเดินลอย

  • - ข้อดี : ปลอดภัย ซ่อมง่าย เพิ่มสายได้
  • - ข้อเสีย : ต้องออกแบบให้ดูดี
  • - เหมาะกับ : บ้านสไตล์ลอฟท์

สายไฟบ้านใช้เบอร์อะไร ? แนะนำขนาดสายไฟให้เหมาะกับการใช้งาน

ขนาดของสายไฟ หรือที่เรียกกันติดปากว่าเบอร์สายไฟมีหน่วยเป็นตารางมิลลิเมตร (sq.mm.) การเลือกขนาดที่เล็กเกินไปจะทำให้สายไฟร้อนจัดจนละลายและเกิดไฟไหม้ได้ ในขณะที่หากเลือกใหญ่เกินไปก็จะเป็นการสิ้นเปลือง นี่คือตารางสรุปการเลือกสายไฟที่ใช้ในบ้านตามมาตรฐาน

ประเภทการใช้งาน ขนาดสายไฟที่แนะนำ รายละเอียดเพิ่มเติม
วงจรหลอดไฟ แสงสว่าง ไม่น้อยกว่า 1.5 sq.mm. สำหรับไฟส่องสว่างทั่วไปภายในบ้าน
วงจรเต้ารับ ไม่น้อยกว่า 2.5 sq.mm. รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป
เครื่องทำน้ำอุ่นไม่เกิน 4,500 วัตต์ 4.0 sq.mm. ต้องเดินสายดินควบคู่เสมอ
เครื่องทำน้ำอุ่น 6,000 วัตต์ขึ้นไป 6.0 sq.mm. ตรวจเช็กขนาดเบรกเกอร์ให้สัมพันธ์กัน
เครื่องปรับอากาศ 2.5 - 4.0 sq.mm. ขึ้นอยู่กับขนาด BTU และคู่มือแบรนด์
สายเมนเข้าบ้าน มิเตอร์ 15(45)A 16.0 sq.mm. สายจากมิเตอร์ไฟฟ้าเข้าสู่ตู้ควบคุม

หมายเหตุ: สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูง เช่น เตาอบขนาดใหญ่ หรือเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ควรปรึกษา วิศวกรไฟฟ้าเพื่อคำนวณขนาดสายไฟโดยเฉพาะ
มาตรฐานสายไฟบ้าน การเลือกชนิดและเบอร์สายไฟให้ปลอดภัย

วิธีเดินสายไฟในบ้านให้ปลอดภัยตามมาตรฐาน

เพื่อให้ระบบไฟฟ้าในบ้านมั่นคงและปลอดภัยในระยะยาว ควรปฏิบัติตามหลักการดังนี้

  1. ควรแยกวงจรแสงสว่าง วงจรเต้ารับ และวงจรเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ออกจากกัน เพื่อให้ง่ายต่อการซ่อมแซมและป้องกันไฟดับทั้งบ้านเมื่อเกิดปัญหาจุดใดจุดหนึ่ง
  2. เลือกสายไฟให้ถูกประเภท เช่น ไม่นำสาย VAF ไปร้อยท่อ หรือไม่นำสาย THW ไปเดินเปลือยภายนอกอาคาร
  3. ในจุดที่เสี่ยงต่อการถูกหนูกัดหรือความชื้น การร้อยท่อจะช่วยยืดอายุการใช้งานของสายไฟบ้านได้อย่างมาก
  4. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีโครงสร้างเป็นโลหะ เช่น ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า ต้องมีสายดินเพื่อความปลอดภัย
  5. การต่อสายไฟควรทำภายในกล่องพักสายเท่านั้น ไม่ควรต่อสายแล้วพันเทปไว้ในท่อหรือในผนัง เพราะอาจเกิดการอาร์คและไฟไหม้ได้

สัญญาณเตือนที่บอกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนสายไฟบ้าน

สายไฟมีอายุการใช้งานจำกัด หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบตรวจสอบและเปลี่ยนใหม่ทันที

  • - อายุการใช้งานเกิน 15-20 ปี ฉนวน PVC อาจเริ่มกรอบแตกและเสื่อมสภาพ
  • - ฉนวนสายไฟมีสภาพผิดปกติ มีรอยแตกลายงา สีเปลี่ยนไป หรือฉนวนบวม
  • - มีกลิ่นเหม็นไหม้หรือรอยดำ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเกิดความร้อนสะสมที่จุดต่อหรือสายไฟรับภาระหนักเกินไป
  • - ไฟตกหรือไฟกะพริบบ่อย อาจเกิดจากสายไฟเดิมมีขนาดเล็กเกินไปสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าปัจจุบัน หรือมีจุดสัมผัสที่ไม่แน่น
  • - ในขณะใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า หากสัมผัสสายไฟแล้วรู้สึกร้อนผิดปกติ แสดงว่าสายไฟเบอร์นั้นไม่สามารถทนกระแสไฟได้เพียงพอ

ข้อควรระวังในการเดินสายไฟบ้าน

  • - หลีกเลี่ยงการต่อสายไฟหลายเส้นรวมกัน การพ่วงเต้ารับต่อ ๆ กันมากเกินไปในสายไฟเส้นเดียว จะทำให้สายเมนหลักร้อนจัด
  • - หมั่นตรวจเช็กสายไฟเก่า โดยเฉพาะในบ้านไม้หรือบ้านที่มีประวัติหนูชุกชุม
  • - เปลี่ยนใหม่ทันทีเมื่อชำรุด อย่าฝืนใช้สายไฟที่มีรอยหนูกัดหรือรอยไหม้ แม้เครื่องใช้ไฟฟ้าจะยังทำงานได้ปกติก็ตาม

การเลือกชนิดและขนาดสายไฟให้ถูกต้องคือพื้นฐานความปลอดภัยที่สำคัญ แต่นอกเหนือจากสายไฟคุณภาพแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คืออุปกรณ์ควบคุมและตัดกระแสไฟฟ้าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างตู้คอนซูเมอร์เพื่อให้ระบบไฟฟ้าเสถียรและปลอดภัยสูงสุด เพราะตู้คอนซูเมอร์เปรียบเสมือนสมองกลที่คอยตรวจจับไฟรั่ว ไฟเกิน และไฟลัดวงจร

สามารถศึกษาข้อมูลและเลือกซื้อตู้คอนซูเมอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน หรือเข้ามาตรวจสอบสเปกพร้อมสัมผัสตัวผลิตภัณฑ์จริงได้ที่สำนักงานของเรา

ที่ตั้ง: ถนนรามอินทรา กิโลเมตรที่ 10 (เดินทางสะดวก มีพื้นที่รองรับสำหรับจอดรถ)

วันและเวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ - วันเสาร์ เวลา 08.30 - 17.30 น.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรฐานสายไฟบ้าน (FAQs)

Q: สามารถใช้สายไฟเบอร์ใหญ่กว่ามาตรฐานที่กำหนดได้หรือไม่ ?

A: สามารถทำได้และเป็นผลดีในแง่ของการลดความร้อนสะสมและการรองรับการใช้งานในอนาคต เช่น วงจรเต้ารับปกติใช้ 2.5 sq.mm. แต่เลือกใช้ 4.0 sq.mm. อย่างไรก็ตาม ข้อเสียคือสายไฟจะแข็งและเดินสายได้ยากขึ้น รวมถึงมีค่าใช้จ่ายวัสดุที่สูงขึ้น แต่ห้ามใช้สายไฟที่เล็กกว่ามาตรฐานเด็ดขาด

Q: สายไฟ VAF สามารถเดินในท่อร้อยสายไฟได้หรือไม่ ?

A: ตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า ไม่แนะนำให้เดินสาย VAF ในท่อ เนื่องจากสาย VAF ออกแบบมาเพื่อระบายความร้อนในที่โล่ง หากนำไปร้อยท่อ ความร้อนจะสะสมได้ง่ายกว่าสายชนิด THW ซึ่งอาจทำให้ฉนวนเสื่อมสภาพเร็วและเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย

Q: ทำไมต้องเปลี่ยนสีสายไฟตามมาตรฐานใหม่ ในเมื่อของเก่าก็ยังใช้งานได้ ?

A: การปรับเปลี่ยนสีมาตรฐานสายไฟบ้านเพื่อให้เป็นสากลและลดความผิดพลาดของช่างไฟฟ้า แต่หากบ้านเก่าของคุณยังเป็นสีเดิม ไม่จำเป็นต้องรื้อเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดทันทีตราบใดที่สายยังสภาพดี แต่เมื่อมีการซ่อมแซมหรือเดินสายเพิ่ม ช่างจะใช้สายสีใหม่ซึ่งต้องมีการทำเครื่องหมายที่ปลายสายให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการต่อสลับขั้ว

Q: หากต้องเดินสายไฟไปใช้งานในสวนนอกบ้าน ควรใช้สายไฟบ้านชนิดใด ?

A: สำหรับการใช้งานภายนอกอาคารที่ต้องตากแดดตากฝน หรือฝังดิน ควรใช้สาย NYY หรือสาย VCT เนื่องจากมีฉนวนหุ้มพิเศษที่ทนทานต่อสภาพอากาศได้ดีกว่าสายไฟที่ใช้ในบ้านทั่วไปอย่าง VAF หรือ THW


ข้อมูลอ้างอิง

  1. มาตรฐาน สายไฟฟ้าใหม่ มอก. 11 – 2553. สืบค้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569. จาก https://share.google/YVp1Vmjn4Kf8BzSZT