• 0

    สินค้าที่ชอบ

    ไม่มีสินค้าที่ชอบ

  • 0

    ตะกร้า

    ไม่มีสินค้าในตะกร้า

Close

สมัครสมาชิก

Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.

*สมัครสมาชิกสําหรับผู้ประกอบการ จะต้องมีหนังสือรับรองบริษัทที่ไม่หมดอายุ

ลืมรหัสผ่าน

Please.

7 วิธีเช็กไฟรั่วในบ้านที่ปลอดภัย ช่วยปกป้องจากไฟดูด

7 วิธีเช็กไฟรั่วในบ้าน ก่อนเรียกช่าง ทำได้ด้วยตัวเอง

Key takeaway:

ไฟรั่วเป็นอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นต้นเหตุของไฟดูด ไฟฟ้าลัดวงจร และไฟไหม้ เจ้าของบ้านจึงควรรู้ 7 วิธีเช็กไฟรั่วในบ้านอย่างปลอดภัยด้วยตัวเอง เช่น การตรวจตู้โหลด สวิตช์ ปลั๊กไฟ สายไฟ มิเตอร์ไฟฟ้า และการวัดไฟรั่วด้วยมิเตอร์หรือไขควงวัดไฟ หากพบความผิดปกติควรรีบตัดวงจรไฟและเรียกช่างผู้ชำนาญการมาตรวจสอบทันที

  
เปลือกหุ้มสายไฟละลายที่เจอหลังเช็กไฟรั่วในบ้าน
  

 “ไฟรั่ว” เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสื่อมสภาพ การติดตั้งที่ผิดวิธี หรือแม้แต่สัตว์เล็ก ๆ ที่เข้ามากัดแทะสายไฟโดยไม่รู้ตัว 

หลายคนอาจจะมองว่าไฟรั่วเล็ก ๆ ไม่ใช่ปัญหา เพราะเคยชินกับการจับตู้เย็นแล้วเหมือนโดนเข็มสะกิด หรือช็อตเล็ก ๆ ไม่เจ็บมาก แต่รู้หรือไม่ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ เพราะไฟรั่วไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นต้นเหตุสำคัญของ ไฟดูด ไฟฟ้าลัดวงจร และไฟไหม้ เจ้าของบ้านจึงควรรู้จักวิธีเช็กไฟรั่วในบ้าน ด้วยตัวเองอย่างปลอดภัย เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนถึงมือช่าง

สัญญาณเตือนว่ามีไฟรั่วในบ้าน

ก่อนที่จะไปดูวิธีเช็กไฟรั่ว เราจะพาทุกคนมาลองสังเกตสัญญาณไฟรั่วภายในบ้านก่อน ซึ่งสัญญาณเหล่านี้แม้จะมีเพียงข้อเดียว ก็เป็นการบ่งชี้ว่า อาจมีอาการไฟรั่วลงกราวนด์เกิดขึ้นแล้ว 

  • สัมผัสแล้วสะดุ้ง เมื่อจับผิวสัมผัสที่เป็นโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ตู้เย็น ไมโครเวฟ หรือเครื่องซักผ้า แล้วรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตเบา ๆ 
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานไม่เสถียร มีอาการไฟตก ไฟกะพริบ หรือเครื่องทำงานติด ๆ ดับ ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • กลิ่นและเสียง ได้ยินเสียงช็อตเบา ๆ หรือมีกลิ่นไหม้จาง ๆ ออกมาจากปลั๊กไฟหรือสวิตช์
  • บิลค่าไฟแพงผิดปกติ กระแสไฟฟ้าที่รั่วไหลคือพลังงานที่เสียไปเปล่า ๆ ทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

  
ปิดสวิตช์ในบ้านทั้งหมดแล้วดูที่มิเตอร์ไฟฟ้า เป็นวิธีเช็กไฟรั่วที่ดีและปลอดภัย
  

7 วิธีเช็กไฟรั่วในบ้านแบบง่าย ๆ ปลอดภัย ก่อนโทรเรียกช่าง 

หากพบเจอสัญญาณว่าไฟรั่ว แต่อยากตรวจสอบให้แน่ใจก่อนโทรเรียกช่างไฟมาซ่อม เรามี 7 วิธีเช็กไฟรั่วในบ้านอย่างปลอดภัยมาฝากกัน 

1. ตรวจตู้โหลดหรือ Consumer Unit

อันดับแรกให้เปิดฝาครอบตู้ควบคุมไฟฟ้าออกก่อน ดูว่ามีสายไฟหลุดออกจากขั้ว ฉนวนละลาย หรือมีเศษดินเศษหญ้าที่สัตว์เล็ก ๆ ขนมาทำรังหรือไม่ หากพบความผิดปกติให้หยุดใช้งาน และเรียงช่างไฟเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขทันที เพราะหากปล่อยไว้นานอาจจะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรได้ 

2. ตรวจสวิตช์ไฟทุกจุด

ลองเปิด-ปิดสวิตช์แต่ละจุดในบ้าน หากพบสวิตช์ติดขัด มีเสียงผิดปกติ รู้สึกสะดุดมือ หรือมีเสียงเปรี๊ยะ ๆ ด้านใน แสดงว่าตัวสัมผัสอาจจะเสื่อมสภาพ หรือมีความร้อนสะสม ควรซ่อมแซมทันทีเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟรั่ว 

3. ตรวจปลั๊กไฟและเต้าเสียบ

ปลั๊กไฟและเต้าเสียบเป็นอีกจุดที่หลายคนมองข้าม เพราะปลั๊กไฟและเต้าเสียบที่ใช้งานมานานอาจจะหลวม หรือมีรอยเขม่าดำหรือรอยไหม้ นั่นเป็นสัญญาณว่ามีการสปาร์กภายในเต้าเสียบ หากปล่อยไว้จะเป็นอันตรายได้ แนะนำให้ตรวจสอบอยู่เสมอ โดยเฉพาะปลั๊กที่ใช้งานหนัก เช่น ในครัวหรือห้องน้ำ 

4. ตรวจสายไฟรอบบ้าน 

ลำดับต่อมา ลองเดินสำรวจสายไฟในบ้านกันดูบ้าง ไม่ว่าจะเป็นสายไฟที่เดินลอยตามผนังบ้าน หรือสายไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้า หากพบว่าปลอกหุ้มสายไฟหรือฉนวนฉีกขาด ให้หยุดใช้งาน และทำการซ่อมแซมทันที 

5. ตรวจมิเตอร์ไฟฟ้า

หากเดินสำรวจรอบบ้านแล้ว ยังไม่เจออะไร ต่อไปคือวิธีเช็กไฟรั่วลงกราวนด์ที่ชัวร์ที่สุดก็คือ การปิดไฟ ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและถอดปลั๊กออกทั้งหมดในบ้าน จากนั้นเดินไปดูมิเตอร์ไฟหน้าบ้านว่ายังหมุนอยู่หรือไม่ หากว่ายังหมุนอยู่ หรือตัวเลขยังขยับ แสดงว่ามีอาการไฟรั่วลงกราวนด์ ณ จุดใดจุดหนึ่งในบ้านอย่างแน่นอน 

6. ตรวจด้วยมัลติมิเตอร์หรือไขควงวัดไฟ

เครื่องมือวัดไฟพื้นฐานที่แนะนำให้มีติดบ้านไว้ คือ มัลติมิเตอร์ หรือไขควงวัดไฟ โดยมีวิธีการเช็กไฟรั่วด้วยมัลติมิเตอร์และไขควงวัดไฟดังนี้

  • วิธีวัดไฟรั่วด้วยมัลติมิเตอร์ ตั้งย่านวัดไปที่แรงดัน AC (V~) จากนั้นนำสายวัดเส้นหนึ่งแตะที่ตัวถังโลหะของอุปกรณ์ และอีกเส้นแตะที่กราวนด์หรือขั้วสายดินที่ปลั๊ก หากมิเตอร์แสดงค่าแรงดันขึ้นมา แสดงว่ามีไฟรั่วไหลออกมา
  • วิธีใช้ไขควงวัดไฟ ให้ใช้ปลายไขควงแตะที่ส่วนที่เป็นโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าขณะเสียบปลั๊ก หากหลอดไฟในไขควงติดสว่าง แสดงว่าเครื่องมือนั้นมีไฟรั่ว

  

7. ตรวจเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงโดยตรง

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟ และมีการติดตั้งสายดิน อย่างเครื่องทำน้ำอุ่น เตาอบ เครื่องซักผ้า มักเป็นจุดที่เกิดไฟรั่วได้ง่าย ลองสังเกตว่า มีกลิ่นไหม้ มีไฟตกหรือเสียงผิดปกติหรือเปล่า หากมีเพียงเล็กน้อย แนะนำให้เรียกช่างมาซ่อม เพื่อความปลอดภัย
  

ทำอย่างไรเมื่อพบว่ามีไฟรั่ว ?

การเช็กไฟรั่วด้วยตัวเอง สามารถทำได้เองในเบื้องต้น อาจจะยังไม่ต้องเรียกช่างไฟ แต่หากว่าตรวจพบว่ามีจุดที่น่าจะเกิดอาการไฟรั่วลงกราวนด์ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

  • ตัดวงจรไฟ ให้สับเบรกเกอร์ย่อยของวงจรนั้นลงทันที
  • ห้ามสัมผัส อย่าพยายามซ่อมแซมเองหากไม่มีความชำนาญ โดยเฉพาะจุดที่สัมผัสกับความชื้น
  • เรียกช่าง ให้ช่างผู้ชำนาญการมาตรวจสอบสายไฟและเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสียหาย

  

ป้องกันก่อนเกิดเหตุร้ายด้วยเบรกเกอร์กันดูดจาก Thai Electricity

แม้จะเช็กไฟรั่วได้เอง แต่ทางที่ดีที่สุดคือการ ป้องกันไฟรั่วก่อนเกิด ด้วยการติดตั้ง เบรกเกอร์กันดูด(RCD) ซึ่งสามารถตัดไฟทันทีภายในเสี้ยววินาทีเมื่อพบว่ามีกระแสไฟรั่วลงดิน ไม่ว่าจะเป็นจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือสายไฟที่ชำรุด โดยสามารถเลือกซื้อได้ที่ Thai Electricity

เรามีเบรกเกอร์กันดูดที่ออกแบบมาให้ตัดไฟได้แม่นยำ รวดเร็ว และทนทาน เหมาะสำหรับทั้งบ้านพักอาศัยและอาคารสำนักงาน ด้วยเทคโนโลยีการตัดไฟที่เสถียร ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่า ทุกชีวิตในบ้านจะได้รับการปกป้องจากไฟรั่วและไฟดูดตลอด 24 ชั่วโมง

 สามารถซื้อผ่านออนไลน์ หรือเลือกชมสินค้าจริงได้ที่สำนักงานของเรา ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา กิโลเมตรที่ 10 เดินทางสะดวก มีที่จอดรถ เปิดให้บริการวันจันทร์-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 8.30-17.30 น.

ข้อมูลอ้างอิง

  1. ไฟรั่วไหม? เช็กเองได้. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 จาก http://safesavethai.com/check-for-leakage-current/

  

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเช็กไฟรั่วในบ้าน (FAQs)

Q : ไฟรั่วเล็กน้อย อย่างโดนช็อตเบา ๆ อันตรายแค่ไหน ?

A : อันตรายมาก เพราะไฟรั่วไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของปัญหาใหญ่ที่อาจนำไปสู่ไฟดูด ไฟฟ้าลัดวงจร และไฟไหม้ แม้จะรู้สึกเหมือนโดนเข็มสะกิดหรือช็อตเล็ก ๆ ก็ควรรีบตรวจสอบและแก้ไขทันที

Q : เบรกเกอร์กันดูด (RCD) แตกต่างจากเบรกเกอร์ธรรมดาอย่างไร ?

A : เบรกเกอร์กันดูด (RCD) ถูกออกแบบมาเพื่อตัดไฟทันทีภายในเสี้ยววินาทีเมื่อพบว่ามีกระแสไฟรั่วลงดิน ซึ่งต่างจากเบรกเกอร์ธรรมดาที่อาจตัดไฟเฉพาะเมื่อเกิดการลัดวงจรหรือใช้กระแสไฟเกินเท่านั้น การติดตั้งเบรกเกอร์กันดูดจึงเป็นการป้องกันไฟดูดได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

Q : การตรวจมิเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเช็กไฟรั่วต้องทำอย่างไรให้แน่ใจ ?

A : วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือการปิดไฟ ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและถอดปลั๊กออกทั้งหมดในบ้าน จากนั้นเดินไปดูมิเตอร์ไฟหน้าบ้าน หากมิเตอร์ยังหมุนอยู่หรือตัวเลขยังขยับ แสดงว่ามีอาการไฟรั่วลงกราวนด์ ณ จุดใดจุดหนึ่งในบ้านอย่างแน่นอน

Q : หากพบไฟรั่ว แต่ยังไม่สามารถเรียกช่างได้ทันที ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก ?

A : สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือ ตัดวงจรไฟ โดยการสับเบรกเกอร์ย่อยของวงจรที่คาดว่ามีไฟรั่วลงทันที และห้ามพยายามซ่อมแซมเองหากไม่มีความชำนาญ โดยเฉพาะจุดที่สัมผัสกับความชื้น