• 0

    สินค้าที่ชอบ

    ไม่มีสินค้าที่ชอบ

  • 0

    ตะกร้า

    ไม่มีสินค้าในตะกร้า

Close

สมัครสมาชิก

Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.

*สมัครสมาชิกสําหรับผู้ประกอบการ จะต้องมีหนังสือรับรองบริษัทที่ไม่หมดอายุ

ลืมรหัสผ่าน

Please.

ไฟดูดกับไฟช็อตต่างกันไหม และมีวิธีเช็กสายไฟช็อตอย่างไร ?

สายไฟชำรุด ฉีกขาด เป็นสาเหตุที่ทำให้ไฟช็อตไฟดูด
แม้ว่าไฟฟ้าจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันของเราสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ถ้าใช้งานโดยไม่ระวัง ก็อาจเสี่ยงเกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะอุบัติเหตุอย่าง "ไฟช็อต" หรือ "ไฟดูด" ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร และแต่ละแบบอันตรายแค่ไหน

ไฟดูดกับไฟช็อตต่างกันอย่างไร ?

หลายคนเวลาจับโดนสายไฟที่รั่วอยู่ก็จะบอกว่าตัวเองโดนไฟช็อตบ้าง ไฟดูดบ้าง แต่ที่จริงแล้ว ทั้งสองอย่างนี้มีความแตกต่างกัน ทั้งในแง่ของอาการ ความรุนแรง และผลกระทบต่อร่างกาย

ไฟช็อตคืออะไร ?

ไฟช็อต คือ การที่กระแสไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit) โดยสายไฟจะแล่นผ่านจากเส้นหนึ่งไปอีกเส้นหนึ่งโดยไม่ผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้าใด ๆ จนเกิดเป็นความร้อนสะสม ทำให้เกิดประกายไฟและไฟไหม้ได้ สาเหตุของไฟช็อตมักมาจากปัญหาสายไฟชำรุด ไม่มีระบบกราวนด์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้ามีไฟรั่ว โดยความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับระดับแรงดันไฟฟ้า จุดที่กระแสไฟไหลผ่าน และระยะเวลาที่สัมผัส

พูดง่าย ๆ คือ คำว่าไฟช็อตที่เราพูดกันบ่อย ๆ มักใช้ในเชิงทางไฟฟ้ามากกว่าทางร่างกาย ทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะและเนื้อเยื่อต่าง ๆ

ไฟฟ้าลัดวงจรคืออะไร เกิดจากสาเหตุใด ?

ไฟฟ้าลัดวงจร คือ การที่กระแสไฟฟ้าไหลผิดปกติ โดยการไหลจากจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าสูงไปยังจุดที่ศักย์ไฟฟ้าต่ำ ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลมากผิดปกติ ทำให้เกิดความร้อนสูงและประกายไฟ

ไฟดูดคืออะไร ?

ไฟดูด คือการที่ร่างกายสัมผัสกับกระแสไฟฟ้า ซึ่งมักทำให้เราสะดุ้งหรือรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ คล้ายถูกเข็มแทงแรง ๆ อาการนี้มักเกิดขึ้นแค่เสี้ยววินาที ทำให้เราก็สามารถปล่อยมือหรือร่างกายออกมาได้ทันที เช่น เวลาเผลอไปแตะปลั๊กพ่วงที่สายไฟเปื่อย แต่หากกระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายต่อเนื่องจะทำให้กล้ามเนื้อเกร็งจนดึงมือหรือร่างกายออกจากจุดที่สัมผัสไฟไม่ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การหยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้นได้เลย โดยเฉพาะถ้ากระแสไฟไหลผ่านช่วงอกหรือหัวใจ

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างไฟช็อตกับไฟดูด

ประเภท ไฟช็อต ไฟดูด
สาเหตุหลัก ไฟฟ้าลัดวงจรในสายไฟ กระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกาย
ผลกระทบ เกิดประกายไฟและไฟไหม้ได้ กล้ามเนื้อเกร็ง ช็อก หัวใจหยุดเต้น และเสียชีวิต
อันตราย เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ อันตรายต่อชีวิต

ช่างไฟกำลังเช็กสายไฟ เพื่อป้องกันไฟช็อต

วิธีเช็กสายไฟช็อต เพื่อป้องกันอันตราย

วิธีป้องกันไฟช็อตและไฟดูดที่ดีที่สุดคือการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพดี แนะนำให้ทำทุก ๆ 3-6 เดือน เพื่อความปลอดภัย โดยมีขั้นตอนง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

  1. ใช้ไขควงวัดไฟในการตรวจสอบ โดยให้ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าและถอดปลั๊กให้เรียบร้อย จากนั้นใช้ปลายไขควงแตะบริเวณจุดที่สงสัยว่าไฟรั่ว อย่างปลายสายไฟ เต้ารับ หรือตัวปลั๊ก หากหลอดไฟที่ไขควงติดอาจจะมีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือช็อตอยู่ ให้ดำเนินการซ่อมแซมโดยด่วน
  2. สังเกตกลิ่นไหม้หรือควัน หากว่าอยู่บ้านแล้วได้กลิ่นไหม้ขึ้นมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟ หรือปลั๊ก ให้หยุดใช้งาน และดึงปลั๊กออกทันที เพื่อความปลอดภัย
  3. สังเกตว่าเบรกเกอร์ตัดไฟบ่อยเกินไปหรือไม่ หากพบว่าเบรกเกอร์ตัดไฟบ่อย ๆ และไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน อย่างการเปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายเครื่องพร้อมกัน เป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน
  4. ลองสังเกตจุดร้อนหรือรอยไหม้ที่ปลั๊กหรือสายไฟ หากพบว่ามีบางจุดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หรือว่าร้อนผิดปกติให้หยุดใช้งานทันที เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้
  5. ปรึกษาช่างไฟมืออาชีพ หากไม่มั่นใจหรือไม่มีความเชี่ยวชาญ แนะนำให้จ้างช่างไฟมาตรวจสอบเพื่อความมั่นใจ

วิธีป้องกันไฟฟ้าช็อตภายในบ้าน

การใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1 ดังนั้นก่อนที่จะเกิดปัญหา เราควรมองหาวิธีป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าช็อต เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน ดังต่อไปนี้

  1. ติดตั้งเบรกเกอร์กันดูด เมื่อเกิดไฟรั่วหรือไฟดูด เบรกเกอร์จะทำการตัดกระแสไฟฟ้าทันที สามารถช่วยชีวิตได้อย่างทันท่วงที ซึ่งบ้านทุกหลังควรติดตั้งเบรกเกอร์กันดูดที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัย
  2. หลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กพ่วงคุณภาพต่ำ แนะนำให้เลือกใช้ปลั๊กพ่วงที่ได้รับมาตรฐาน มอก. และมีระบบตัดไฟ และไม่ควรเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นในช่องเดียวกัน หากว่าพบว่ามีคราบไหม้ให้เปลี่ยนใหม่ทันที
  3. ไม่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในที่ชื้นหรือเปียก เพราะน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้าที่ดีมาก และอาจทำให้เกิดอันตรายได้ หากจะไดร์ผมให้ใช้พื้นที่แห้งด้านนอกจะดีกว่า
  4. ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กในบ้านอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสายไฟที่เดินในบ้าน ปลั๊ก และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ หากเริ่มเหลือง กรอบ ขาด ให้เปลี่ยนใหม่ทันที
  5. เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เก่าหรือชำรุด หากอุปกรณ์ไฟฟ้าเริ่มมีกลิ่นไหม้ขณะใช้งาน หรือเปิดติดบ้างไม่ติดบ้าง อาจเกิดจากการที่ระบบไฟเริ่มชำรุดเสียหาย ควรส่งซ่อมหรือซื้อใหม่จะดีกว่า
  6. ติดตั้งสายดินและระบบกราวนด์ในบ้านอย่างถูกต้อง การต่อสายดินเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในชีวิต ในกรณีที่เกิดไฟรั่ว กระแสไฟจะไหลลงดิน ไม่ย้อนกลับมายังร่างกาย แต่นอกจากการติดตั้งระบบสายดินของบ้านแล้ว แนะนำให้ติดตั้งระบบสายดินสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องซักผ้า เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินด้วยเบรกเกอร์กันดูด

เพราะชีวิตไม่มีสำรอง เราจึงต้องป้องกันความเสี่ยง และเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้ทุกบ้านติดตั้งสายดินและเบรกเกอร์กันดูด ช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินจากไฟช็อตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเบรกเกอร์กันดูด ราคาไม่แพง สามารถเลือกซื้อได้ที่ Thai Electricity มีให้เลือกหลากหลายแบบ สามารถซื้อผ่านออนไลน์ หรือเลือกชมสินค้าจริงได้ที่สำนักงานของเรา ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา กิโลเมตรที่ 10 เดินทางสะดวก มีที่จอดรถ เปิดให้บริการวันจันทร์-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 8.30-17.30 น.
เบรกเกอร์กันดูด ราคา

ข้อมูลอ้างอิง

  1. 5 ขั้นตอน วิธีตรวจสอบไฟฟ้ารั่วเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง กรณีไม่ได้ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 จาก https://www.mea.or.th/public-relations/press-media/infographics/lvuJFT3Sn

  2. 8 วิธีเช็คสายไฟ เทคนิขั้นเทพที่ทุกบ้านควรรู้. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 จาก https://www.q-chang.com/blog/check-the-wires/