• 0

    สินค้าที่ชอบ

    ไม่มีสินค้าที่ชอบ

  • 0

    ตะกร้า

    ไม่มีสินค้าในตะกร้า

Close

สมัครสมาชิก

Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.
Please.

*สมัครสมาชิกสําหรับผู้ประกอบการ จะต้องมีหนังสือรับรองบริษัทที่ไม่หมดอายุ

ลืมรหัสผ่าน

Please.

คู่มืออ่านสัญลักษณ์วงจรไฟฟ้าและแปลนแบบไฟฟ้าสำหรับมือใหม่

Key Takeaways

การทำความเข้าใจสัญลักษณ์ทางไฟฟ้าเป็นพื้นฐานสำคัญของการออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า โดยประเทศไทยนิยมใช้มาตรฐาน IEC เป็นหลัก ร่วมกับ ANSI/NEC และ JIS ที่พบในงานเฉพาะทาง การรู้จักสัญลักษณ์ของแหล่งจ่ายไฟ อุปกรณ์ควบคุม โหลดไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันวงจรอย่าง CB, MCB, RCCB และ RCBO จะช่วยให้อ่านแบบแปลนได้อย่างถูกต้อง ลดความผิดพลาดในการติดตั้ง และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน นอกจากนี้ การใช้สัญลักษณ์ไฟฟ้าในโปรแกรม AutoCAD อย่างเป็นระบบยังช่วยให้การเขียนแบบ การถอดปริมาณวัสดุ และการบริหารจัดการโครงการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อุปกรณ์สำหรับการเขียนสัญลักษณ์ทางไฟฟ้า

ในการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้า การสื่อสารที่แม่นยำระหว่างวิศวกร ผู้ออกแบบ และช่างไฟ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สื่อกลางที่ใช้ในการสื่อสารนี้คือแบบแปลนระบบไฟฟ้า ซึ่งประกอบไปด้วยสัญลักษณ์ทางไฟฟ้าต่าง ๆ มากมาย การทำความเข้าใจความหมายของสัญลักษณ์ไฟฟ้าเหล่านี้อย่างถูกต้อง ช่วยให้งานเขียนแบบและอ่านแบบเป็นไปอย่างราบรื่น และยังลดความผิดพลาดในการติดตั้งที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของอาคารและชีวิตของผู้ใช้งานอีกด้วย

มาตรฐานสัญลักษณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในไทย 

ก่อนจะไปทำความรู้จักสัญลักษณ์ทางไฟฟ้า สิ่งสำคัญคือต้องรู้ก่อนว่าสัญลักษณ์เหล่านั้นอ้างอิงมาจากมาตรฐานใด เนื่องจากมีมาตรฐานการเขียนแบบระบบไฟฟ้าอยู่หลายค่าย สำหรับประเทศไทยของเรานั้น มีการใช้งานอยู่ 3 มาตรฐานหลัก ๆ ดังนี้

  • IEC (International Electrotechnical Commission) คือมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นแกนหลักที่ประเทศไทยเลือกใช้ โดยได้รับการอ้างอิงและยอมรับจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) นอกจากนี้ยังเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในแถบยุโรปและเอเชีย
  • ANSI/ NEC (American National Standards Institute/ National Electrical Code) มาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีรูปแบบสัญลักษณ์บางส่วนที่แตกต่างไปจาก IEC มักจะพบได้บ่อยในแบบแปลนของอาคารเก่า หรือในพิมพ์เขียวของเครื่องจักรที่นำเข้ามาจากประเทศอเมริกา
  • JIS (Japanese Industrial Standards) มาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น มักพบในแบบแปลนระบบไฟฟ้าของโรงงานสัญชาติญี่ปุ่น หรือในคู่มือการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องจักรที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

ความสำคัญและประเภทของสัญลักษณ์ในระบบไฟฟ้า

การจัดกลุ่มสัญลักษณ์วงจรไฟฟ้า ช่วยให้เราจำแนกและทำความเข้าใจแบบแปลนที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น โดยทั่วไปแล้ว สัญลักษณ์ในพิมพ์เขียวจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ตามฟังก์ชันการทำงาน ดังนี้

แหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า

เปรียบเสมือนหัวใจของระบบไฟฟ้า ทำหน้าที่ป้อนกระแสไฟให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยในแบบแปลนเราจะพบสัญลักษณ์ของแหล่งจ่ายไฟกระแสสลับ (Alternating Current หรือ AC) ไฟกระแสตรง (Direct Current หรือ DC) หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) ที่ทำหน้าที่ปรับแรงดันไฟ รวมถึงแบตเตอรี่ (Battery) ที่เป็นแหล่งจ่ายไฟสำรอง

อุปกรณ์สวิตช์และควบคุม

อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ตัดต่อหรือควบคุมการไหลของกระแสไฟ เช่น สวิตช์ทางเดียว (Single-pole Switch) สำหรับเปิด-ปิดไฟทั่วไป สวิตช์สองทาง (Three-way Switch) ที่มักใช้ตรงบันไดหรือทางเดินยาว และปุ่มกดสตาร์ตเครื่องจักร (Push Button) ในระบบควบคุมอุตสาหกรรม

อุปกรณ์โหลดและระบบแสงสว่าง 

อุปกรณ์ปลายทางที่นำพลังงานไฟฟ้าไปเปลี่ยนเป็นพลังงานรูปอื่น เช่น หลอดไฟ โคมไฟประเภทต่าง ๆ พัดลม มอเตอร์ รวมไปถึงเต้ารับไฟฟ้า หรือที่ระบบบ้านเราเรียกว่าปลั๊กไฟ เพื่อให้อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ มาเสียบใช้งาน

วิธีใช้สัญลักษณ์ไฟฟ้าในโปรแกรมเขียนแบบ Autocad ให้ทำงานไวและแม่นยำแบบมืออาชีพ

สำหรับวิศวกรหรือช่างเขียนแบบ (Draftsman) การวาดรูปสัญลักษณ์ทีละตัวอาจทำให้เสียเวลาและเกิดความผิดพลาดได้ง่าย การบริหารจัดการสัญลักษณ์บนโปรแกรมเขียนแบบจึงเป็นทักษะที่ขาดไม่ได้ ซึ่งมีเทคนิคง่าย ๆ 3 ข้อที่มืออาชีพนิยมใช้ดังนี้

ใช้คลังบล็อกมาตรฐาน (Standard CAD Blocks)

แนะนำให้เลือกใช้สัญลักษณ์ไฟฟ้าในโปรแกรม Autocad แบบสำเร็จรูปที่อ้างอิงตามมาตรฐานสากลอย่าง IEC แทนการนั่งวาดขึ้นใหม่เองทุกครั้ง วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลาในการทำงานได้อย่างมาก ยังช่วยสร้างความเป็นสากล ทำให้ช่างหน้างานทุกคนสามารถอ่านและเข้าใจแบบแปลนตรงกันอย่างไม่มีบิดเบือน

ระบบจัดการเลเยอร์ (Layer Management) 

การทำแบบแปลนที่ดีควรมีการแยกเลเยอร์ (Layer) ระหว่างเส้นเดินสายไฟ (Wiring) อุปกรณ์สวิตช์ควบคุม และอุปกรณ์โหลดออกจากกันอย่างชัดเจน การแยกเลเยอร์จะช่วยเพิ่มความสะดวกและลดความสับสนในการเปิด-ปิดระบบเมื่อต้องตรวจสอบหรือแก้ไขแบบที่มีความซับซ้อนสูง

เชื่อมโยงข้อมูลสู่การถอดแบบ (Bill of Quantities) 

ในโปรแกรม Autocad ยุคใหม่ เราสามารถตั้งค่าสัญลักษณ์ไฟฟ้าให้มีการฝังข้อมูลพิกัดหรือคุณลักษณะของอุปกรณ์ไว้ ซึ่งจะช่วยให้สามารถดึงข้อมูลออกมาทำตารางโหลดไฟฟ้า (Load Schedule) และทำรายการสั่งซื้อวัสดุ (Bill of Quantities หรือ BOQ) ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว โดยไม่ต้องมานั่งนับมือทีละจุด 

สัญลักษณ์เบรกเกอร์และอุปกรณ์ป้องกันวงจร

อุปกรณ์ป้องกันวงจรถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในแบบแปลนไฟฟ้า เพราะมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของระบบทั้งหมด โดยมีตารางสรุปสัญลักษณ์ของอุปกรณ์ป้องกันแต่ละประเภทพร้อมหน้าที่การทำงาน ดังต่อไปนี้

อุปกรณ์

ชื่อเต็ม

หน้าที่หลัก

ใช้งานที่ไหน

CB

Circuit Breaker

เบรกเกอร์หลัก ตัดต่อวงจรป้องกันระบบไฟฟ้าโดยรวม

ตู้ MDB หรือตู้ไฟหลักของอาคาร

MCB

Miniature Circuit Breaker

เบรกเกอร์ลูกย่อย ป้องกันไฟเกินและไฟลัดวงจร

ตู้ Consumer Unit ในบ้านพักอาศัย

MCCB

Molded Case Circuit Breaker

เบรกเกอร์พิกัดสูง ป้องกันไฟเกินและลัดวงจรกระแสสูง

ตู้ไฟในโรงงานอุตสาหกรรม

RCCB

Residual Current Circuit Breaker

เบรกเกอร์กันดูด ตัดวงจรเมื่อเกิดไฟรั่วหรือไฟดูด แต่ไม่ป้องกันไฟเกิน 

ห้องน้ำ ครัว และพื้นที่เปียกชื้น

RCBO

Residual Current Breaker with Overcurrent

เบรกเกอร์กันดูดครบวงจร ป้องกันทั้งไฟรั่ว ไฟดูด ไฟเกิน และลัดวงจร

พื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด

Fuse

Fuse

ฟิวส์ หลอมละลายตัดวงจรเมื่อมีกระแสไฟเกินพิกัด

วงจรสาขาและอุปกรณ์ที่ต้องการป้องกันอย่างแม่นยำ



การอ่านสัญลักษณ์ทางไฟฟ้าบนแบบแปลน

3 ขั้นตอนอ่านแบบแปลนไฟฟ้าให้เป็นใน 5 นาที 

ถึงแม้จะรู้จักสัญลักษณ์ทุกตัวแล้ว การอ่านแบบแปลนไฟฟ้าทั้งฉบับยังคงเป็นเรื่องที่ดูซับซ้อนสำหรับมือใหม่ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการทำตาม 3 ขั้นตอนนี้

เช็กสารบัญสัญลักษณ์ 

เริ่มต้นด้วยการสแกนดูหน้าแรกของแบบแปลน ซึ่งมักจะมีตารางสัญลักษณ์ หรือ Legend แสดงไว้ ตารางนี้จะบอกว่าผู้ออกแบบใช้มาตรฐานใดและแทนค่าอุปกรณ์แต่ละชนิดด้วยสัญลักษณ์แบบไหน การทำความเข้าใจตารางนี้ก่อนจะช่วยให้อ่านแบบส่วนอื่นได้รวดเร็วขึ้นมาก

ไล่จากแหล่งจ่ายไปหาโหลด 

เริ่มดูจากจุดนำเข้าไฟหลัก ตามด้วยตู้ Consumer Unit หรือ MDB จากนั้นไล่ผ่านไปยังเบรกเกอร์ควบคุมวงจรสาขาต่าง ๆ และติดตามเส้นจ่ายไฟไปจนถึงปลายทางที่เป็นหลอดไฟหรือเต้ารับ การไล่ตามทิศทางการไหลของกระแสไฟนี้คือวิธีที่สมเหตุสมผลที่สุดในการทำความเข้าใจโครงสร้างของระบบทั้งหมด

ตรวจสอบพิกัดอุปกรณ์ 

ขั้นตอนสุดท้ายคือการดูตัวเลขหรือรหัสที่กำกับอยู่ข้างสัญลักษณ์แต่ละตัว เช่น ขนาดของเบรกเกอร์ที่ระบุเป็นแอมป์ (A) หรือขนาดสายไฟที่ระบุเป็นตารางมิลลิเมตร (mm⊃2;) ข้อมูลเหล่านี้สำคัญมากสำหรับช่างที่ต้องไปเลือกซื้ออุปกรณ์หน้างาน เพราะจะช่วยให้เลือกได้ตรงสเปก และใช้งานได้อย่างปลอดภัย

การเข้าใจสัญลักษณ์ทางไฟฟ้าอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การเขียนแบบแปลนจนถึงการติดตั้งวงจรจริง คือรากฐานของระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เมื่อได้แบบแปลนที่แม่นยำแล้ว การเลือกใช้อุปกรณ์มาตรฐานสากลก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอุปกรณ์ป้องกันหลักอย่างเบรกเกอร์ที่ต้องตัดวงจรได้อย่างแม่นยำเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบควบคุมที่ปลอดภัยและมั่นใจได้ สามารถเลือกสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ หรือเข้ามาตรวจสอบสเปกและสัมผัสผลิตภัณฑ์จริงได้ที่สำนักงานของเรา

ที่ตั้ง: ถนนรามอินทรา กิโลเมตรที่ 10 เดินทางสะดวก มีพื้นที่รองรับสำหรับจอดรถ

วันและเวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ - วันเสาร์ เวลา 08.30 - 17.30 น.

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Units & Symbols for Electrical & Electronic Engineers. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 จาก https://www.theiet.org/media/4173/units-and-symbols.pdf
  2. Symbols for Electrical Construction Drawings. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 จาก https://www.necanet.org/docs/default-source/codes-standards/100-2013.pdf?sfvrsn=472ce75e_5

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญลักษณ์ทางไฟฟ้า (FAQs)

Q : สัญลักษณ์ทางไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีใหม่หรือไม่ ?

A : มีการปรับปรุงอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อมีอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือระบบควบคุมรูปแบบใหม่เกิดขึ้น เช่น ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบอัตโนมัติในอาคาร (Building Automation) หรืออุปกรณ์ IoT ซึ่งองค์กรกำหนดมาตรฐานจะมีการอัปเดตสัญลักษณ์ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่ใช้งานจริง

Q : สามารถใช้สัญลักษณ์ทางไฟฟ้าแทนกันข้ามมาตรฐานได้หรือไม่ ?

A : ไม่ควรใช้แทนกันโดยตรง เนื่องจากแต่ละมาตรฐานอาจมีรูปแบบหรือความหมายที่แตกต่างกัน การใช้สัญลักษณ์ไม่ตรงตามมาตรฐานของแบบแปลนอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างผู้ออกแบบและผู้ติดตั้งได้

Q : หากไม่พบสัญลักษณ์ของอุปกรณ์ในแบบแปลนควรทำอย่างไร ?

A : ควรตรวจสอบหมายเหตุ (Notes) ตารางรายการอุปกรณ์ (Equipment Schedule) หรือเอกสารแนบประกอบแบบก่อน หากยังไม่พบข้อมูล ควรสอบถามผู้ออกแบบหรือวิศวกรผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันการตีความผิดพลาด