วิธีเลือกหลอดไฟ LED ให้เหมาะสมที่สุดกับห้องต่างๆ ในบ้าน ห้องทุกห้องในบ้านของคุณมีความแตกต่างกัน

การจัดแสงมีผลต่อเราในระดับที่ละเอียดอ่อนตั้งแต่ตารางการนอนไปจนถึงพลังสมอง หลอดไฟที่ปล่อยคลื่นแสงสีฟ้าในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายแก่ดวงตา จะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารซีโรโทนินทำให้เรามีสมาธิ ตื่นตัวและกระตือรือร้นอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันหลอดไฟที่ปล่อยคลื่นแสงที่ไม่ใช่สีฟ้าจะกระตุ้นให้สมองของเราผลิตสารเมลาโทนิน ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และพร้อมที่จะหลับสนิทในยามค่ำคืน

  • หลอดไฟที่มีอุณหภูมิสีต่ำจะให้แสงสีขาวโทนอุ่น เหมือนอยู่ใกล้ไฟ ในขณะที่หลอดไฟที่มีอุณหภูมิสีปานกลางจะผลิตแสงสีขาวโทนเหลืองอ่อน และหลอดไฟที่มีอุณหภูมิสีสูงจะให้แสงสีขาวโทนเย็นหรือแสงสีขาวธรรมชาติที่เรียกว่าเดย์ไลท์
  • นอกจากนี้ มันมีความเข้าใจผิดที่พบกันอยู่ทั่วไปว่าความสว่างของหลอดไฟมีหน่วยเป็นวัตต์ (Watts) แต่ในความจริงแล้ววัตต์เป็นค่าการใช้พลังงาน ส่วนหน่วยของค่าความสว่างที่แท้จริงนั้นก็คือ ลูเมน (Lumens)
การจัดไฟ LED สำหรับห้องนอน
ส่วนใหญ่แล้ว เรามักต้องการให้ห้องนอนของเรามีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย, เงียบและสงบ การหลีกเลี่ยงไม่ใช้หลอดไฟที่ให้คลื่นแสงสีฟ้าในห้องนอนจะรักษานาฬิกาชีวภาพของคุณไม่ให้ได้รับผลกระทบจากแสงธรรมชาติที่อยู่นอกห้องซึ่งจะสร้างความสับสนให้กับคุณ อีกทั้งยังช่วยให้สมองของคุณผลิตสารเมลาโทนินที่จำเป็นต่อการนอนหลับให้สบาย คุณเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือตอนกลางคืนหรือไม่? หากคุณมีโคมไฟอ่านหนังสือข้างเตียงหรือวางแผนจะซื้อสักหนึ่งอัน ขอให้เลือกพวกที่ให้แสงโทนสีฟ้า (soft blue) หรือสีธรรมชาติซึ่งจะเหมาะกับโคมไฟสำหรับการอ่านมากกว่า เพราะสีแสงขาวโทนเย็นจะช่วยให้หน้ากระดาษที่อ่านมีความคมชัดสูง

ระดับความสว่างแนะนำ รวมทั้งหมด = 1,500 ถึง 4,000 ลูเมน / อุณหภูมิสีแนะนำ: 2700-3000 เคลวิน

การจัดไฟ LED สำหรับห้องทำงานในบ้าน
ในห้องทำงานของบ้าน เราต้องมั่นใจว่าไฟที่ใช้จะให้แสงสว่างได้เต็มพื้นที่ทำงาน หลอดไฟที่ให้แสงสีขาวโทนเย็นเลียนแบบแสงเดย์ไลท์ในห้องทำงานจะทำให้ร่างกายผลิตสารซีโรโทนินเพิ่มขึ้น ทำให้คุณมีสมาธิจดจ่อ, ตื่นตัวและมีความกระตือรือร้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งของแสงจะต้องไม่สะท้อนเข้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ นอกจากนี้คุณอาจเลือกใช้โคมไฟ LED แบบตั้งโต๊ะที่ให้แสงสว่างสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยมและสามารถปรับเปลี่ยนอุณหภูมิสีได้ตามต้องการ

ระดับความสว่างแนะนำ รวมทั้งหมด = 3,000 ถึง 6,000 ลูเมน / อุณหภูมิสีแนะนำ:  3000-6500 เคลวิน

การจัดไฟ LED สำหรับห้องนั่งเล่น
ห้องนั่งเล่นเป็นสถานที่ยอดนิยมในการรองรับแขก, ทำกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน หรือการนั่งพักและผ่อนคลาย แต่ไม่ว่าคุณจะใช้ห้องนี้สำหรับนั่งดูภาพยนตร์หรือพูดคุยกับเพื่อน ๆ สิ่งสำคัญในการจัดแสงไฟในห้องนี้คือต้องผสมผสานการใช้หลอดไฟเพื่อจะได้ปรับให้เหมาะกับกิจกรรมที่คุณทำ คุณควรจัดแสงไฟให้เหมือนกับที่ใช้กับในห้องนอน โดยควรหลีกเลี่ยงการใช้หลอดไฟที่ให้แสงสีฟ้าด้วย เพราะแสงสีฟ้าจะไปกระตุ้นให้มีการสร้างสารซีโรโทนินทำให้เรารู้สึกมีกระปรี้กระเปร่าขึ้น ในห้องนั่งเล่นนี้ การเลือกใช้ไฟสปอร์ตไลท์แบบปรับระดับได้จะช่วยให้คุณสามารถส่องไฟไปยังผนังเพื่อให้ภาพศิลปะและภาพถ่ายครอบครัวสว่างขึ้นรวมถึงช่วยลดแสงจ้าบนจอโทรทัศน์ การติดตั้งไฟสปอร์ตไลท์ที่ผนังหรือเพดานก็ถือว่าเป็นวิธีที่ดีในการกำจัดเงาแสงที่ไม่พึงประสงค์ได้เช่นกัน นอกจากนี้คุณยังอาจใช้หลอดไฟ LED 3-way แบบใหม่ สำหรับโคมไฟตั้งโต๊ะเพื่อปรับระดับความสว่างในห้องนั่งเล่นด้วยก็ได้

ระดับความสว่างแนะนำ รวมทั้งหมด = 1,500 ถึง 3,000 ลูเมน / อุณหภูมิสีแนะนำ: 2200-6500 เคลวิน

การจัดไฟ LED สำหรับห้องรับประทานอาหาร
ในเวลาที่รับประทานอาหารมื้ออร่อยกับครอบครัวหรือแขกคนสำคัญ เราย่อมไม่อยากได้แสงที่สว่างจ้าเกินไปหรือแสงที่สลัวจนน่ากลัว และแน่นอนว่าเราไม่ต้องการอยู่ในที่มืดเหมือนตอนหลับในห้องนอนด้วยเช่นกัน  การติดตั้งหลอดไฟที่ปรับหรี่ได้ตรงเหนือศีรษะจะช่วยให้ได้รับความสว่างในทุกช่วงเวลาของวันไม่ว่าจะเป็นเวลาอาหารในช่วงเช้าจนถึงเที่ยง หรืออาหารค่ำ เราขอแนะนำให้ใช้แสงสีขาวจนถึงโทนเหลืองอ่อนสำหรับห้องอาหารเพื่อสร้างบรรยากาศให้สมบูรณ์แบบ คุณอาจลองใช้หลอด LED สำหรับโคมระย้าที่นิยมในห้องอาหารก็ได้ เพราะหลอด LED จากโคมแบบนี้จะให้ความสว่างและสีสันสวยงาม

ระดับความสว่างแนะนำ รวมทั้งหมด = 3,000 ถึง 6,000 ลูเมน / อุณหภูมิสีแนะนำ: 2200-6500 เคลวิน

การจัดไฟ LED สำหรับห้องครัว
ห้องครัวของคุณนับว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญยิ่ง เพราะพวกเราหลายคนเริ่มต้นช่วงเช้าของเราในห้องครัวนี้ ดังนั้นหลอดไฟที่ให้แสงสีฟ้าส่องลงบนโต๊ะในขณะที่กำลังเตรียมอาหารเช้าจะช่วยให้เรารู้สึกตื่นตัวและกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ หากคุณมีโต๊ะอยู่ในห้องครัว การติดโคมไฟเหนือโต๊ะแบบหรี่ได้ที่ให้อุณหภูมิสีระดับอบอุ่นก็สามารถสร้างบรรยากาศที่ดีจากสมดุลแสงสีน้ำเงินที่ส่องอยู่เหนือโต๊ะ และจะมีประโยชน์มากถ้าห้องครัวมีการใช้แสงจากไฟฝังเพดานด้านบนที่ใช้หลอด LED ทรง BR หรือชุดไฟ Retrofit แบบฝัง

ระดับความสว่างแนะนำ รวมทั้งหมด = 4,000 ถึง 8,000 ลูเมน / อุณหภูมิสีที่แนะนำ: 2700-6500 เคลวิน

การจัดไฟ LED สำหรับห้องน้ำ
การจัดไฟ LED สำหรับห้องน้ำ
จะเริ่มตกแต่งไฟในบ้านอยู่อาศัยต้องเริ่มอย่างไร?

กิจกรรมในชีวิตประจำวันทั่วไปเป็นตัวกำหนดการดีไซน์แสงไฟในบ้าน เเมื่อเจ้าของบ้านลงมือเลือกโคมไฟหลอดไฟเอง จะทำให้แสงไฟในบ้านสามารถใช้ได้จริงตามชีวิตประจำวันของคนในบ้าน การจัดแสงบางประเภทเหมาะสำหรับนำมาใช้กับวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจง ดังนั้น การเลือกประเภทของหลอดไฟให้เหมาะสมจึงควรพิจารณาตามขั้นตอนดังนี้:

ขั้นตอนที่ 1: การใช้งานของแต่ละห้อง
โดยทั่วไป การจัดแสงตามบทบาทการทำหน้าที่ของมันจะอยู่ในสามหมวดหมู่ ซึ่งได้แก่ การจัดแสงทั่วไป , การจัดแสงตามกิจกรรมและการจัดแสงเพื่อส่องเน้นวัตถุ

  • ไฟส่องทั่วไป (Ambient Lighting): เป็นการจัดแสงที่ใช้หลักในห้อง ช่วยให้ผู้ใช้งานใช้ฟังก์ชันในห้องได้ตามจุดประสงค์ สามารถเข้าออกห้องได้โดยสะดวก โดยปกติแล้วการจัดแสงประเภทนี้ก็เพื่อให้มีแสงสว่างกระจายไปทั่วทั้งห้อง การจัดแสงประเภทนี้อาจมาจากไฟฝังเพดาน, โคมไฟแขวน / โคมระย้า หรือไฟติดเพดาน รวมถึงไฟเพดานในห้องแต่งตัวหรือห้องซักรีด
  • ไฟเฉพาะที่ (Task Lighting): การจัดแสงประเภทนี้จะให้ความสว่างบริเวณที่มีการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเป็นการนำโทนแสงแต่ละประเภทมาใช้ผสมกัน  เพราะต้องสามารถใช้ส่องสว่างได้ทั้งสำหรับการอ่านหนังสือ, ทำอาหาร, เย็บผ้า, เขียนหนังสือ หรือแต่งหน้า ในบางจุด สามารถเพิ่มแสงไฟมาจากด้านล่างของตู้ในครัว, โคมไฟข้างกระจกในห้องน้ำ, โคมไฟอ่านหนังสือ หรือไฟฝังหัวเตียงที่สามารถปรับแสงเพื่ออ่านหนังสือในตอนกลางคืนได้โดยตรง
  • ไฟส่องเน้น (Accent Lighting): เป็นการจัดแสงไฟที่เน้นให้ความสว่างแก่วัตถุ, ชิ้นส่วนงาน งานสถาปัตยกรรม, เฟอร์นิเจอร์, ประติมากรรมหรือต้นไม้ต่างๆ  แสงสว่างที่ได้อาจมาจากโคมไฟฝังแบบปรับได้, ไฟราง, ไฟสปอร์ตไลท์ติดผนังหรือเพดานที่ส่องเน้นยังจุดใดจุดหนึ่ง หรือโคมไฟติดผนังแบบเชิงเทียน, ไฟส่องรูปภาพ,  โคมไฟตั้งโต๊ะ, ไฟที่ติดข้างผนังที่ส่องขึ้นเพดาน หรือไฟฝังพื้น ทั้งนี้ การจัดแสงเพื่อส่องเน้นวัตถุจะเจาะจงเฉพาะวัตถุที่ต้องการส่องสว่างมากกว่าการจัดแสงประเภทอื่นที่เน้นให้ความสว่างทั่วๆ ไป

ขั้นตอนที่ 2: เลือกหลอดไฟให้ถูกประเภท
ประเภทของหลอดไฟแต่ละประเภทให้ลักษณะของแสงที่ต่างกัน และทำงานแตกต่างกัน เราแบ่งหลอดไฟตามพื้นฐานการทำงานที่เหมาะสมกับการใช้งานในบ้านได้ 4 ประเภท:

  • หลอดไส้ (Incandescent): เป็นหลอดที่ผลิตแสงสว่างในโทนอบอุ่น แต่กำลังจะหมดความนิยมเนื่องจากมีตัวเลือกที่ประหยัดพลังงานมากกว่า
  • หลอดฮาโลเจน (Halogen): ให้แสงสว่างสีขาวออกโทนเหลืองอ่อน เหมาะมากสำหรับการจัดแสงตามกิจกรรมแต่ได้รับนิยมน้อยลงเนื่องจากมีตัวเลือกที่ประหยัดพลังงานมากกว่า
  • หลอดประหยัดไฟ (Compact Florescent Bulbs: CFL): สามารถลดการใช้ไฟได้ 50% – 75% เมื่อเทียบกับหลอดไส้ในช่วงของระดับความส่องสว่างและอุณหภูมิเดียวกัน อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า แต่หลอด CFLs มีปรอทในปริมาณที่ต้องมีการจัดการและการกำจัดอย่างรอบคอบและระมัดระวัง
  • หลอดแอลอีดี (LEDs): เป็นหลอด LED หรือที่เรียกว่าไดโอดเปล่งแสงซึ่งมีเซมิคอนดักเตอร์เป็นสารกึ่งตัวนำสองส่วน หลอด LED จะมีประสิทธิภาพ, ทนทานและมีอายุการใช้งานยาวนานมากกว่าหลอดไฟประเภทอื่น ๆ

ดังนั้น เราขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนหลอดไฟทั้งบ้านของคุณให้เป็นหลอด LED

ขั้นตอนที่ 3: อ่านฉลากหลอดไฟ
เมื่อซื้อหลอดไฟ คุณจะเห็นข้อมูลบนฉลากเกี่ยวกับความสว่าง, อายุการใช้งาน, พลังงานที่ใช้ และมาตรฐานว่าเป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรมไทยหรือคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่

ลูเมน = ความสว่าง

ยิ่งค่าลูเมน (Lumens) มากขึ้น แสดงว่าหลอดไฟมีความสว่างมากขึ้นด้วย ดังนั้นจำนวนลูเมนที่ผู้ใช้งานต้องสำหรับแต่ละห้อง จึงขึ้นอยู่กับว่าห้องมีขนาดเท่าไหร่ ผนังสีอะไร และต้องการความเข้มของแสงเท่าใด สามารถตรวจดูตารางความสว่างจากศูนย์วิจัยแสงแห่งสหรัฐอเมริกา หรือคำนวณหาค่าลูเมนที่ต้องใช้ตามขนาดพื้นที่และความต้องการได้จากเว็บไซต์คำนวณ

อุณหภูมิสีของแสง = เคลวิน (K)

นอกเหนือจากความสว่างแล้ว ยังต้องพิจารณาอุณหภูมิสีของแสงที่วัดได้ในหน่วยเคลวิน (K)  ยิ่งค่าเคสูง แสงก็จะออกเป็นแสงสีขาวโทนเย็นมากขึ้น

คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้อุณหภูมิของหลอดไฟในห้องต่างๆ

  • แสงสีขาวโทนอบอุ่น (2700K-3000K): ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา ดีที่สุดสำหรับห้องนอนและห้องนั่งเล่น
  • แสงสีขาวโทนเย็น (4000K): ทำให้ห้องรู้สึกขาวสว่างขึ้น สร้างความรู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น ดีที่สุดสำหรับ ห้องทำงาน ห้องครัว ห้องน้ำหรือโรงรถ
  • แสงสีขาวธรรมชาติหรือเดย์ไลท์ (5000K-6000K): ทำให้มองเห็นวัตถุต่างๆ ได้ชัดเจนมากที่สุดในบรรดาสีทั้งหมด เหมาะสำหรับห้องน้ำ, ห้องครัวและห้องใต้ดิน; เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือ, การทำงานโครงการที่มีความละเอียดอ่อนซับซ้อนหรือใช้

ขั้นตอนที่ 4: เลือกโคม
โคมไฟประเภทต่างมีดั่งต่อไปนี้

  • โคมติดลอยบนเพดาน: เป็นแบบมาตรฐานสำหรับการจัดแสงทั่วไป เหมาะสำหรับทางเดิน, ทางเข้าห้องโถงกลาง , ห้องนอน, พื้นที่ใช้งาน, บันได
  • โคมระย้า: สำหรับการจัดแสงทั่วไปหรือแสงโดยรอบ จะใช้ได้ดีที่สุดในห้องรับประทานอาหารหรือห้องนอน โคมไฟที่มีดีไซน์ซับซ้อนจะดูขนาดใหญ่ ดังนั้นผู้ใช้งานจะต้องปรับความกว้างสูงสุดลงเล็กน้อย

รายละเอียดการเลือกโคมไฟระย้าสามารถดูได้ที่นี่

 

  • โคมผนัง: สามารถใช้ได้กับทุกห้อง ทั้งเพื่อจัดแสงทั่วไป จัดแสงตามกิจกรรม และจัดแสงสำหรับส่องเน้นวัตถุ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งติดตั้งและชนิดของหลอดไฟที่ใช้ ยิ่งผู้ใช้งานอยู่ใกล้กับวัตถุที่ไฟบนผนังส่องสว่าง โคมไฟก็ควรจะยิ่งมีขนาดเล็กลง

รายละเอียดการเลือกโคมไฟพนังสามารถดูได้ที่นี่

 

  • โคมห้อย: ใช้สำหรับการจัดแสงทั่วไป, การจัดแสงตามกิจกรรมโดยจะแขวนลงจากเพดานและมีฝาครอบเพื่อไม่ให้แสงจ้าเข้าตา ไฟแบบนี้จะใช้งานได้ดีที่สุดเมื่อเอามาติดตั้งเหนือโต๊ะอาหาร, บนโต๊ะ หรือพื้นที่ทำงานอื่น ๆ
  • โคมฝังฝ้า: สามารถใช้งานได้ทุกที่สำหรับทั้งการจัดแสงทั่วไป, การจัดแสงตามกิจกรรมและการจัดแสงเพื่อส่องเน้นวัตถุขึ้นอยู่กับการส่องสว่างและจุดที่ติดตั้ง
  • โคมเข้าราง: เป็นไฟอเนกประสงค์เพราะสามารถย้ายโคมไฟแต่ละอันไปรอบ ๆ และจัดให้ส่องสว่างไปในทิศทางที่ต้องการได้ โดยอาจส่องเน้นไปที่งานศิลปะ หรือจะใช้เพื่อให้แสงสว่างกระจายไปทั่วทั้งห้องก็ได้

โคมตั้งโต๊ะ: เหมาะสำหรับการจัดแสงส่องเน้นวัตถุในห้องนั่งเล่นหรือจัดงานแสงทำงานในห้องนอน โดยมีหลักการทั่วๆ ไป คือโคมไฟจะต้องไม่สูงกว่า 1.5 เท่าความสูงของสิ่งที่โคมไฟตั้งอยู่และเส้นผ่าศูนย์กลางฝาครอบโคมจะต้องไม่กว้างกว่าความกว้างของโต๊ะ

เราสามารถจัดแต่งแสงได้เช่นเดียวกับนักออกแบบแสงมืออาชีพได้หรือไม่?

ได้เจ้าของบ้านสามารถเพิ่มบุคลิก และ สไตล์ให้กับบ้าน ตามเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆต่อไปนี้จากอินทีเรีย ดีไซเนอร์

แสงซ้อนแสง
การจัดแสงให้กับโซนและพื้นที่ต่างๆ ในห้อง รวมไปถึงการจัดแสงให้กับทั้งห้อง ช่วยให้ได้แสงที่คุณต้องการและดึงดูดความสนใจจากการมองเห็น ควรคำนึงถึงการส่องแสง 3 ประเภท : ไฟส่องทั่วไป ไฟส่องเฉพาะที่ และ ไฟส่องเน้น
สนุกสนานไปกับการใช้โคมห้อย โคมระย้า
โคมไฟห้อย โคมไฟระย้า สามารถบ่งบอกทั้งสไตล์และให้การส่องสว่าง โคมไฟที่มีขนาดกะทัดรัดและปรับความสูงได้จะช่วยสามารถสร้างสรรค์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ
เพิ่มสวิตช์ควบคุมหรี่ไฟ
เพียงแค่เพิ่มสวิตช์ควบคุมหรี่ไฟ สามารถใช้งานห้องได้หลากหลายยิ่งขึ้น ผู้ใช้งานสามารถปรับไฟสว่างหรือสลัวได้ตามฟังก์ชันและบรรยากาศ เช่น โคมไฟระย้าที่ห้องนั่งเล่นเมื่อหรี่ไฟสลัวสร้างบรรยากาศปาร์ตี้ในบ้าน และสามารถเปิดให้สว่างเมื่อลูกนั่งทำการบ้าน
สวยหล่อได้ที่เพราะการจัดไฟหน้ากระจกห้องน้ำที่ถูกต้อง
ตรงกระจกในห้องน้ำควรหลีกเลี่ยงเงามืด เพราะทุกกิจกรรมตรงกระจก ไม่ว่าจะแต่งหน้า โกนหนวด หรือ แปรงฟัน แสงสว่างควรสว่างสม่ำเสมอและเพียงพอ ควรติดตั้งโคมไฟที่มีความกว้างอย่างน้อย 24 นิ้ว เหนือด้านบนของกระจกห้องน้ำของคุณ จากนั้นเพิ่มโคมไฟติดผนังแบบเชิงเทียน หรือติดไฟแขวนที่แต่ละข้างของกระจกโดยให้มันอยู่ห่างไปทางด้านข้างอย่างน้อย 28 นิ้ว และสูงจากพื้น 60 นิ้ว
โต๊ะยาวคู่กับโคมยาว
ถ้าห้องอาหารหรือโต๊ะห้องครัวขนาดยาวหรือโต๊ะสี่เหลี่ยม ให้ลองใช้โคมไฟระย้าที่เป็นแนวยาว หรือแขวนโคมห้อยหลายๆตัวเป็นแนวยาว เรียงตามแนวความยาวของโต๊ะ
เพิ่มแสงใต้เคาน์เตอร์ครัว
แสงไฟจากใต้ชั้นวางจำเป็นมากสำหรับการจัดแสงในครัว ซึ่งจะทำมีแสงสว่างสำหรับการทำกิจกรรมในครัวได้อย่างเต็มที่
จัดแสงสำหรับทางเข้า
การจัดแสงสว่างตรงทางเข้าบ้านเป็นการแสดงการต้อนรับแขกผู้มาเยือนและสร้างความประทับใจในการพบปะกันครั้งแรกไปได้อีกเนิ่นนาน ควรติดตั้งโคมไฟระย้าที่มีสไตล์และไฟกำแพงช่วยสร้างบรรยากาศ
สร้างจุดโฟกัส
โคมไฟระย้าสร้างจุดโฟกัสได้ไม่ใช่เฉพาะกับห้องอาหารเท่านั้น แต่สามารถนำไปใช้ในห้องนอนใหญ่, ห้องเด็กเล็ก, ห้องน้ำและห้องแต่งตัวที่หรูหรา เพราะจะช่วยเพิ่มความสง่างามและจุดโฟกัสที่บ่งบอกถึงสไตล์การตกแต่งห้อง
เพิ่มความว้าว! ให้กับห้องแต่งตัวของคุณ
ห้องแต่งตัวเป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเพิ่มความโดดเด่นเล็กๆ น้อยๆ ให้กับบ้านของคุณ เพราะไม่ว่าคุณจะเลือกติดโคมระย้าคริสตัลกระจุ๋มกระจิ๋มไว้เหนืออ่างล้างหน้า จัดแต่งโคมไฟแขวนไว้ข้างกระจกหรือเลือกใช้โคมไฟที่หรูหราหน่อยก็ทำให้ห้องดูโดดเด่นขึ้นอีก
แสงแต่ละห้องควรสอดคล้องกัน
การดีไซน์บ้านยุคปัจจุบันการจัดแสงจากห้องหนึ่งไปอีกห้องหนึ่งที่ต้องต่อเนื่องและลงตัว อุณหภูมิแสงจากอีกห้องไปยังอีกห้องต้องใกล้เคียงกัน ซึ่งจะช่วยให้การตกแต่งบ้านสม่ำเสมอไปในทิศทางเดียวกัน
ห้องในบ้านควรสว่างเท่าไหร่ ?
แสงสว่างในเชิงพาณิชย์ แต่ละธุรกิจต่างกันหรือไม่ ?
การออกแบบแสงสว่างในเชิงอุตสาหกรรมและการค้ามีข้อกำหนดที่ควรปฏิบัติตามหรือไม่

ประกาศ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๙๑ ก ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๙ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙ (ฉบับใหม่) มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๙ (อาศัยอำนาจตามมาตรา ๘ พระราชบัญญัติความปลอดภัยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔)